วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553

อานิสงส์ การบวช

อานิสงส์ การบวช

เมื่อวันก่อนได้ ฟังธรรมะจากพระอาจารย์ (อาจารย์ที่เป็นพระ) รูปหนึ่ง ท่านบวชมาได้ 5 พรรษาท่านให้ข้อคิดว่า องค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า....สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากนั้นมีอยู่ 4 อย่าง นั่นคือ การเกิดเป็นมนุษย์หนึ่ง, การดำรง ชีวิตอยู่ได้ของมนุษย์หนึ่ง, การเกิดขึ้นของพระ พุทธเจ้าหนึ่ง, และการได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้ายิ่ง เป็นเรื่องยากอีกหนึ่ง

การเกิดเป็น มนุษย์ที่ว่ายากนั้น เพราะการเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากยิ่งกว่า เต่าตาบอด(อายุยืน)ที่ว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรลึก และ มีห่วงที่พอจะคล้องคอเต่าได้ลอยยู่บนผิวน้ำในมหาสมุทร แล้วเต่าตาบอดตัวนั้นโผล่ขึ้นผิวน้ำทุก 100 ปี โอกาสที่เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมา แล้วเอาศีรษะรอดห่วงเพื่อให้ห่วงคล้องคอเต่าพอดี มี มากแค่ไหนนั่นแหล่ะคือโอกาสที่สัตว์โลกจะเกิดเป็นมนุษย์ได้มีเท่านั้น ยังไม่นับมนุษย์เกิดฐานะแตกต่างกันไป

การดำรงชีวิตของ มนุษย์เป็นไปได้ยาก ถ้าเราจะเปรียบทารกแรกเกิดระหว่างมนุษย์ และสัตว์โลกประเภทอื่นแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์ชนิด เดียวที่ต้องได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดายาวนานที่สุด 1-3 ปีแรกแทบจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย แม้ช่วยเหลือตัวเองได้แล้วยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของบิดามารดา, ญาติพี่ น้อง หรือผู้ใหญ่ อีกอย่างน้อย 10 ถึง 15 ปี กว่าจะเรียนจบและหาเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อเรียนจบ แล้วยังต้องประกอบอาชีพเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อเสาะแสวงหามาให้ได้ ครบซึ่งปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค (เพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น) ก็ยิ่งยาก อันนี้ไม่ได้รวมถึงผู้ที่มีบุญเก่าอยู่ (คือเกิดมารวย)

การเกิดของพระ พุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก การบังเกิดของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เป็นเรื่องยากมาก เพราะพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีปณิธานแน่วแน่อยากจะหลุด พ้นจากความทุกข์ ตัวอย่างเช่นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราองค์ปัจจุบัน ในพบที่เป็นกำเนิดปฐมชาติของการตั้งปณิธานที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านเกิดเป็นพ่อค้าต้องล่องเรือออกค้าขายไปในมหาสุมทรใหญ่ระหว่างทาง เกิดพายุพัดเรืออับปาง พระองค์ต้องว่ายน้ำข้ามทะเล มหาสมุทรโดยแบกเอามารดาของตนไว้บนหลัง ต้องว่ายอยู่กลางน้ำอยู่หลายวันหลายคืนได้รับทุกขเวทนาสาหัสนัก จนเกิดดำริขึ้นว่า “การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยากนัก แต่การรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ได้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า น่าจะมีหนทางที่จะช่วยให้มนุษย์เราพ้นจากความทุกข์นี้ได้ จึงทรงตั้งปณิธานว่าจะต้องช่วยให้ตนเองและผู้อื่นๆพ้นจากทุกข์นี้ได้ การเกิดเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงจะช่วยให้ตนและผู้อื่น พ้นทุกข์นี้ได้ จึงตั้งปณิธานมุ่งมั่นแน่วแน่ตั้งแต่นั้นว่าจะเกิดเป็นพุทธเจ้าให้ได้ แต่นั้นมาการบำเพ็ญบุญมารมีเพื่อให้ได้เป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้ากิเริ่มต้นขึ้น ซึ่งนับจากวันนั้นจนได้เกิดเป็นชาติที่ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา นั้น กินเวลาถึง 4 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ( 1 กัปเท่ากับระยะเวลาของศิลาแท่งทึบขนาด 16 x 16 x 16 กิโลเมตร ที่ถูกนางฟ้าเอาผ้าบางมาปาด 1 ครั้งในทุก 100 ปีจนหินก้อนนั้นราบเสมอกับพื้นดิน)

การได้ฟังพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก เรื่องพวก เราอาจมองไม่เห็นภาพว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะพวก เราเกิดในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นยุคที่แม้พระพุทธเจ้าได้ทรงปรินิพพานไปแล้วแต่พระธรรมคำสอนของพระ พุทธองค์ก็ยังอยู่ เราออกจากบ้านไปไม่ไกลก็ได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระสงฆ์ผู้เป็นพระสาวกของพระ ผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจะเป็นเรื่องยากไปได้อย่างไร ข้อ เท็จจริงก็คือ ก่อนที่จะมีพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้มีพระพุทธเจ้ามาแล้วหลายพระองค์และในบางยุคบางสมัยก็ ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นเลยนับเป็นหมื่นปี นั่น ย่อมหมายความว่าในช่วงนั้นย่อมไม่มีผู้ถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเช่นกัน พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่าการได้ฟ้งพระ ธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นเรื่องยาก

เพราะการเกิดของ มนุษย์เป็นเรื่องยากนี่เอง การบวชพระจึงถือเป็น เรื่องยากยิ่งด้วย เพราะพระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ใน พระธรรมวินัยว่า “ผู้ที่จะบวชพระได้ต้องเป็น ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นพระ พุทธองค์ยังทรงเคยตรัสว่า “ต้อง เป็นสัตว์(โลก) ที่มีกระดูสันหลังตั้งฉากกับพื้นดิน (มีแต่มนุษย์เท่านั้น)เท่านั้นจึงจะสามารถบรรลุธรรมได้ สัตว์ ที่มีกระดูกขนานกับพื้นดินไม่สามารถที่จะเข้าถึงที่สุดแห่งธรรมได้

ดังนั้นอานิสงส์ ของการบวชพระจึงยิ่งใหญ่กว่าบุญทั้งหลายคือ ผู้บวชหากไม่ได้ ทำอนันตริยกรรม 5 คือ ฆ่าแม่, ฆ่าพ่อ, ฆ่าพระอรหันต์, ยังพระโลหิตพระ พุทธเจ้าให้ห้อ, และยังสงฆ์ให้แตก

บุญแห่งการบวชสามารถปิดประตูอบายภูมิได้มากถึง 64 กัป,
มารดา-บิดาได้ถึง 32 กัปป์,
ภรรยาได้ถึง 32 กัป
ลูกหลานและบริวารได้รับอานิสงส์ด้วย 16 กัปป์

อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน

อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน
พระบรมราโชวาท
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน



เมื่อวัน อาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปกติเราไปทำบุญอยู่เสมอ ๆโดยเฉพาะถ้าเป็นวันพระใหญ่อย่างนี้จะไม่เคยขาดแต่ไม่ใช่วัดปากน้ำ จะบอกว่าเราไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นครั้งแรกก็คงไม่ผิด เพราะเราไปวัดปากน้ำน่าจะประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว และน่าจะไม่เกินครั้งที่ 3 และที่ ผ่านมาก็เป็นเพียงเข้าไปกราบรูปเหมือน สมเด็จพระ มงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด จันทสโร) หรือที่เรากันเรียกว่าหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ นั่นเอง



หลังจากที่ร่วมทำ บุญบรรจุพระในมหาเจดีย์ สวดมนต์ และร่วมบุญอื่น ๆ ในตอนเช้า ตอนบ่ายก็มีพิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน ระหว่างรอพิธี เราเหลือบไปเห็นเอกสารบรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสอยู่ 4-5 แผ่น วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติก วางอยู่ 2 ชุดเหมือนกัน แผ่นบนสุดเขียนว่า “อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน” บรรทัดที่ 2 เขียนว่า “พระบรมราโชวาท” บรรทัดที่ 3 เขียนว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน” เท่านั้นแห ล่ะความอยากรู้อยากเห็นก็เกิดทันทีว่า พระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านมีว่าอย่างไร ก็มองหาเจ้าของอยู่พักหนึ่งแต่ไม่เห็นใคร เลยยอมเสียมารยาทถือวิสาสะหยิบขึ้นมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ อ่านอยู่พักหนึ่งยังไม่ทันจบเจ้าของก็มาทวงคืนแต่ความที่อยากอ่านจนจบ ก็เลยก็ขอนุญาตอ่านต่อ เจ้า ของก็น่าร๊าก น่ารัก ออกปากยกให้เลย 1 ชุด บอกว่าไม่เป็นไรมีอยู่ 2 ชุด เราก็ได้แต่บอกขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ



แล้วพระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านก็ไม่ทำให้ต้องผิดหวังเลย เพราะต้องใจมาก ๆ “ทุกคนถือ ตัวว่าเป็นพุทธศาสนิกชน จะต้องศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญาความสามารถและโอกาสของตน ๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องกระจ่างชัดขึ้นในหลัก ธรรม เมื่อศึกษาเข้าใจและเห็นประโยชน์แล้วก็น้อมนำมาปฏิบัติทั้งในการดำเนินชีวิต ประจำวันและการงานของตน เพื่อให้เกิดความสุข ความสงบร่มเย็นและความเจริญงอกงานในชีวิตเพิ่มพูนขึ้นตามลำดับ ตามขีดความประพฤติปฏิบัติของแต่ละคนถ้าชาวพุทธ รู้ธรรม ปฏิบัติธรรมะอย่างถูกต้องทั่วถึงกันมากขึ้น ปฏิบัติการเบียดเบียนพระศาสนาให้เศร้าหมอง ก็ลดน้อยลง...”



ทรงพระราชทานแก่ ผู้เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “การทะนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา” เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๒๕ ณ ศาลาธรรมชินราชปัญจมบพิธ วัดเบญจมบพิตร



ไม่ทราบว่าคนอื่น เมื่ออ่านแล้ว จะประทับใจ เหมือนเรารึเปล่าแต่เราน่ะชอบมาก ๆ จนอดใจไม่ไหวต้องเอามากบอกต่อ



ในเอกสารฉบับนั้นยังมีข้อความเพิ่มเติมอีกว่า....

...เรา ปฏิเสธความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรเป็นเหยื่อของสังคม

ระบบสังคมไทยพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งความเจริญทางวัตถุดิบกับนานา ประเทศมานานจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่มีเวลาแม้แต่เวลาจะ ไตร่ตรองว่า ที่สุดของความเจริญที่ดิ้นรณหาคือความเสื่อม

และที่สุดของการมุ่งแสวงหาความสุข ก็คือความทุกข์


ความงมงายกับ ทฤษฎีหรือความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาก ๆ ที่ลึกแล้วมันก็คือ ความคับแคบตื้นเขินเท่านั้นเอง “สังคมที่มองอะไรแคบๆ คิดอะไรตื้นๆ ทำอะไรก็มักง่าย นำมาซึ่งความใฝ่ต่ำ” หวังมากได้น้อย หวังน้อยได้มาก ไม่หวังสมความปรารถนา “ฉันทะ” คือความพอใจ ความยินดี

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)



ด้วยอนุภาพคุณ แห่งองค์ “พระพุทธ” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระธรรม” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระสงฆ์” ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง..........................................................ขอน้อม ถวายกุศลธรรมทานนี้เป็นพุทธบูชา



“เพื่อความเจริญแห่งพระสัทธรรม” “เพื่อความมั่นคงแห่งพระธรรม วินัย”



อันประเสริฐในพระพุทธศาสนานี้ ให้เจริญ ให้ตั้งมั่น สืบไปตราบกาลนานเทอญ

หาก “ไสยศาสตร์” ดลบันดาลได้ สังคมไทยคงไร้ปัญหา เหต-ผล “เหนือ ชีวิต”


ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง................................................................................................

ขออุทิศอนิสงค์ แห่งกุศลธรรมทานนี้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผู้มีจิตหยั่งรู้โดยทั่วกันเทอญ

21 ข้อ สู่ความสำเร็จ

21 ข้อ สู่ความสำเร็จ



1. แต่งงานกับบุคคล ที่คู่ควร การตัดสินใจเพียงเรื่องเดียวนี้จะกำหนด ความสุขหรือความทุกข์ของคุณถึง 90% !!
2. ทำในสิ่งที่คุณจะ สนุกกับมัน รวมทั้งคู่ควรกับเวลาและความสามารถของคุณด้วย
3. ให้ทุกสิ่งแก่ทุก ๆ คนมากกว่า ที่พวกเขาคาดว่าจะได้รับ และให้อย่างเต็มใจ
4. ปฏิบัติตัวเป็นคน มองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นเท่าที่คุณจะทำได้
5. ให้อภัยตัวคุณเอง และผู้อื่น
6. ใจกว้างอยู่เสมอ
7. มีหัวใจที่เต็มไป ด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
8. ยืนหยัด, ต่อสู้, อดทน
9. ฝึกนิสัยตนเองให้ รู้จักอดออมเงินเดือนส่วนหนึ่งไว้พอประมาณอย่างสม่ำเสมอ
10. ต้อนรับทุกคนที่ คุณได้พบเจอเหมือนที่คุณอยากจะได้รับการต้อนรับ
11. กระทำตนให้มีการ ปรับปรุงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
12. ทำตนให้เป็นคนมี คุณภาพ
13. เข้าใจด้วยว่า ความสุขไม่ได้มีพื้นฐานจากการครอบครอง อำนาจ หรือชื่อเสียง แต่มันมีพื้นฐานจากสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลที่คุณรักและนับถือต่าง หาก
14. จงรักภักดี
15. ซื่อสัตย์
16. เป็นตัวของตัวเอง
17. ยืนยันความคิดของ คุณแม้สุดท้ายแล้วคุณจะคิดผิดก็ตาม
18. เลิกตำหนิติเตียน ผู้อื่น ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอ
19. ทำในสิ่งที่คุณ อยากจะทำอย่างหาญกล้า เมื่อใดที่คุณมองกลับไปในอดีต ของคุณเอง คุณจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ คุณทำ
20. เอาใจใส่กับสิ่ง ที่คุณรัก
21. อย่าทำอะไรก็ตาม ที่จะทำให้แม่คุณไม่ภูมิใจ!!