อานิสงส์ การบวช
เมื่อวันก่อนได้ ฟังธรรมะจากพระอาจารย์ (อาจารย์ที่เป็นพระ) รูปหนึ่ง ท่านบวชมาได้ 5 พรรษาท่านให้ข้อคิดว่า องค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้าได้ทรงตรัสไว้ว่า....สิ่งที่เกิดขึ้นได้ยากนั้นมีอยู่ 4 อย่าง นั่นคือ การเกิดเป็นมนุษย์หนึ่ง, การดำรง ชีวิตอยู่ได้ของมนุษย์หนึ่ง, การเกิดขึ้นของพระ พุทธเจ้าหนึ่ง, และการได้ฟังธรรมของพระพุทธเจ้ายิ่ง เป็นเรื่องยากอีกหนึ่ง
การเกิดเป็น มนุษย์ที่ว่ายากนั้น เพราะการเกิดเป็นมนุษย์นั้นยากยิ่งกว่า เต่าตาบอด(อายุยืน)ที่ว่ายน้ำอยู่ในมหาสมุทรลึก และ มีห่วงที่พอจะคล้องคอเต่าได้ลอยยู่บนผิวน้ำในมหาสมุทร แล้วเต่าตาบอดตัวนั้นโผล่ขึ้นผิวน้ำทุก 100 ปี โอกาสที่เต่าตาบอดตัวนั้นจะโผล่ขึ้นมา แล้วเอาศีรษะรอดห่วงเพื่อให้ห่วงคล้องคอเต่าพอดี มี มากแค่ไหนนั่นแหล่ะคือโอกาสที่สัตว์โลกจะเกิดเป็นมนุษย์ได้มีเท่านั้น ยังไม่นับมนุษย์เกิดฐานะแตกต่างกันไป
การดำรงชีวิตของ มนุษย์เป็นไปได้ยาก ถ้าเราจะเปรียบทารกแรกเกิดระหว่างมนุษย์ และสัตว์โลกประเภทอื่นแล้ว มนุษย์เป็นสัตว์ชนิด เดียวที่ต้องได้รับการเลี้ยงดูจากบิดามารดายาวนานที่สุด 1-3 ปีแรกแทบจะไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้เลย แม้ช่วยเหลือตัวเองได้แล้วยังต้องอยู่ภายใต้การดูแลของบิดามารดา, ญาติพี่ น้อง หรือผู้ใหญ่ อีกอย่างน้อย 10 ถึง 15 ปี กว่าจะเรียนจบและหาเลี้ยงตัวเองได้ เมื่อเรียนจบ แล้วยังต้องประกอบอาชีพเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเพื่อเสาะแสวงหามาให้ได้ ครบซึ่งปัจจัย 4 อันได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค (เพียงแค่พื้นฐานเท่านั้น) ก็ยิ่งยาก อันนี้ไม่ได้รวมถึงผู้ที่มีบุญเก่าอยู่ (คือเกิดมารวย)
การเกิดของพระ พุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก การบังเกิดของพระพุทธเจ้าแต่ละพระองค์เป็นเรื่องยากมาก เพราะพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นจากบุคคลใดบุคคลหนึ่งที่มีปณิธานแน่วแน่อยากจะหลุด พ้นจากความทุกข์ ตัวอย่างเช่นองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราองค์ปัจจุบัน ในพบที่เป็นกำเนิดปฐมชาติของการตั้งปณิธานที่จะเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านเกิดเป็นพ่อค้าต้องล่องเรือออกค้าขายไปในมหาสุมทรใหญ่ระหว่างทาง เกิดพายุพัดเรืออับปาง พระองค์ต้องว่ายน้ำข้ามทะเล มหาสมุทรโดยแบกเอามารดาของตนไว้บนหลัง ต้องว่ายอยู่กลางน้ำอยู่หลายวันหลายคืนได้รับทุกขเวทนาสาหัสนัก จนเกิดดำริขึ้นว่า “การเกิดเป็นมนุษย์นี้ยากนัก แต่การรักษาชีวิตให้ดำรงอยู่ได้เป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่า น่าจะมีหนทางที่จะช่วยให้มนุษย์เราพ้นจากความทุกข์นี้ได้ จึงทรงตั้งปณิธานว่าจะต้องช่วยให้ตนเองและผู้อื่นๆพ้นจากทุกข์นี้ได้ การเกิดเป็นพระพุทธเจ้าเท่านั้นจึงจะช่วยให้ตนและผู้อื่น พ้นทุกข์นี้ได้ จึงตั้งปณิธานมุ่งมั่นแน่วแน่ตั้งแต่นั้นว่าจะเกิดเป็นพุทธเจ้าให้ได้ แต่นั้นมาการบำเพ็ญบุญมารมีเพื่อให้ได้เป็นพระสัมมา สัมพุทธเจ้ากิเริ่มต้นขึ้น ซึ่งนับจากวันนั้นจนได้เกิดเป็นชาติที่ได้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเรา นั้น กินเวลาถึง 4 อสงไขยกับอีกแสนมหากัป ( 1 กัปเท่ากับระยะเวลาของศิลาแท่งทึบขนาด 16 x 16 x 16 กิโลเมตร ที่ถูกนางฟ้าเอาผ้าบางมาปาด 1 ครั้งในทุก 100 ปีจนหินก้อนนั้นราบเสมอกับพื้นดิน)
การได้ฟังพระธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นเรื่องยาก เรื่องพวก เราอาจมองไม่เห็นภาพว่าจะเป็นไปได้อย่างไร เพราะพวก เราเกิดในสมัยพุทธกาล ซึ่งเป็นยุคที่แม้พระพุทธเจ้าได้ทรงปรินิพพานไปแล้วแต่พระธรรมคำสอนของพระ พุทธองค์ก็ยังอยู่ เราออกจากบ้านไปไม่ไกลก็ได้ฟังพระธรรมคำสอนของพระสงฆ์ผู้เป็นพระสาวกของพระ ผู้มีพระภาคเจ้าแล้วจะเป็นเรื่องยากไปได้อย่างไร ข้อ เท็จจริงก็คือ ก่อนที่จะมีพระสมณโคดมสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน ได้มีพระพุทธเจ้ามาแล้วหลายพระองค์และในบางยุคบางสมัยก็ ไม่มีพระพุทธเจ้าเกิดขึ้นเลยนับเป็นหมื่นปี นั่น ย่อมหมายความว่าในช่วงนั้นย่อมไม่มีผู้ถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้วยเช่นกัน พระพุทธองค์จึงทรงตรัสว่าการได้ฟ้งพระ ธรรมคำสั่งสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าเป็นเรื่องยาก
เพราะการเกิดของ มนุษย์เป็นเรื่องยากนี่เอง การบวชพระจึงถือเป็น เรื่องยากยิ่งด้วย เพราะพระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ใน พระธรรมวินัยว่า “ผู้ที่จะบวชพระได้ต้องเป็น ผู้ที่เกิดเป็นมนุษย์เท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้นพระ พุทธองค์ยังทรงเคยตรัสว่า “ต้อง เป็นสัตว์(โลก) ที่มีกระดูสันหลังตั้งฉากกับพื้นดิน (มีแต่มนุษย์เท่านั้น)เท่านั้นจึงจะสามารถบรรลุธรรมได้ สัตว์ ที่มีกระดูกขนานกับพื้นดินไม่สามารถที่จะเข้าถึงที่สุดแห่งธรรมได้
ดังนั้นอานิสงส์ ของการบวชพระจึงยิ่งใหญ่กว่าบุญทั้งหลายคือ ผู้บวชหากไม่ได้ ทำอนันตริยกรรม 5 คือ ฆ่าแม่, ฆ่าพ่อ, ฆ่าพระอรหันต์, ยังพระโลหิตพระ พุทธเจ้าให้ห้อ, และยังสงฆ์ให้แตก
บุญแห่งการบวชสามารถปิดประตูอบายภูมิได้มากถึง 64 กัป,
มารดา-บิดาได้ถึง 32 กัปป์,
ภรรยาได้ถึง 32 กัป
ลูกหลานและบริวารได้รับอานิสงส์ด้วย 16 กัปป์
ปูแดง,ปูแดง168,ปูแดงไคโตซาน,ปุ๋ยปูแดง,ไคโตซาน,ไคโตซานพืช,ไคโตซานสัตว์,อินทรีย์ปูแดง,สมุนไพรปูแดง,ผงชูรสปูแดง,Poodang,Kitozan,สารไคโตซาน,ตัวแทนจำหน่ายปูแดง,เกษตรปลอดสารพิษ,เกษตรชีวภาพ,ธุรกิจเกษตร,พืชโตไว,เพิ่มผลผลิต,ป้องกันโรค,ป้องกันแมลง,สารปรังปรุงดิน,ชาวสวนไร่นา,ลดปุ๋ย,โอกาสทางธุรกิจ,mlm,ขายตรง,รายได้เสริม,รายได้พิเศษ,ธุรกิจเครือข่าย โทรปรึกษาฟรี 083-0340025
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน พ.ศ. 2553
อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน
อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน
พระบรมราโชวาท
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
เมื่อวัน อาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปกติเราไปทำบุญอยู่เสมอ ๆโดยเฉพาะถ้าเป็นวันพระใหญ่อย่างนี้จะไม่เคยขาดแต่ไม่ใช่วัดปากน้ำ จะบอกว่าเราไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นครั้งแรกก็คงไม่ผิด เพราะเราไปวัดปากน้ำน่าจะประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว และน่าจะไม่เกินครั้งที่ 3 และที่ ผ่านมาก็เป็นเพียงเข้าไปกราบรูปเหมือน สมเด็จพระ มงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด จันทสโร) หรือที่เรากันเรียกว่าหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ นั่นเอง
หลังจากที่ร่วมทำ บุญบรรจุพระในมหาเจดีย์ สวดมนต์ และร่วมบุญอื่น ๆ ในตอนเช้า ตอนบ่ายก็มีพิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน ระหว่างรอพิธี เราเหลือบไปเห็นเอกสารบรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสอยู่ 4-5 แผ่น วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติก วางอยู่ 2 ชุดเหมือนกัน แผ่นบนสุดเขียนว่า “อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน” บรรทัดที่ 2 เขียนว่า “พระบรมราโชวาท” บรรทัดที่ 3 เขียนว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน” เท่านั้นแห ล่ะความอยากรู้อยากเห็นก็เกิดทันทีว่า พระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านมีว่าอย่างไร ก็มองหาเจ้าของอยู่พักหนึ่งแต่ไม่เห็นใคร เลยยอมเสียมารยาทถือวิสาสะหยิบขึ้นมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ อ่านอยู่พักหนึ่งยังไม่ทันจบเจ้าของก็มาทวงคืนแต่ความที่อยากอ่านจนจบ ก็เลยก็ขอนุญาตอ่านต่อ เจ้า ของก็น่าร๊าก น่ารัก ออกปากยกให้เลย 1 ชุด บอกว่าไม่เป็นไรมีอยู่ 2 ชุด เราก็ได้แต่บอกขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ
แล้วพระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านก็ไม่ทำให้ต้องผิดหวังเลย เพราะต้องใจมาก ๆ “ทุกคนถือ ตัวว่าเป็นพุทธศาสนิกชน จะต้องศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญาความสามารถและโอกาสของตน ๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องกระจ่างชัดขึ้นในหลัก ธรรม เมื่อศึกษาเข้าใจและเห็นประโยชน์แล้วก็น้อมนำมาปฏิบัติทั้งในการดำเนินชีวิต ประจำวันและการงานของตน เพื่อให้เกิดความสุข ความสงบร่มเย็นและความเจริญงอกงานในชีวิตเพิ่มพูนขึ้นตามลำดับ ตามขีดความประพฤติปฏิบัติของแต่ละคนถ้าชาวพุทธ รู้ธรรม ปฏิบัติธรรมะอย่างถูกต้องทั่วถึงกันมากขึ้น ปฏิบัติการเบียดเบียนพระศาสนาให้เศร้าหมอง ก็ลดน้อยลง...”
ทรงพระราชทานแก่ ผู้เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “การทะนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา” เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๒๕ ณ ศาลาธรรมชินราชปัญจมบพิธ วัดเบญจมบพิตร
ไม่ทราบว่าคนอื่น เมื่ออ่านแล้ว จะประทับใจ เหมือนเรารึเปล่าแต่เราน่ะชอบมาก ๆ จนอดใจไม่ไหวต้องเอามากบอกต่อ
ในเอกสารฉบับนั้นยังมีข้อความเพิ่มเติมอีกว่า....
...เรา ปฏิเสธความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรเป็นเหยื่อของสังคม
ระบบสังคมไทยพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งความเจริญทางวัตถุดิบกับนานา ประเทศมานานจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่มีเวลาแม้แต่เวลาจะ ไตร่ตรองว่า ที่สุดของความเจริญที่ดิ้นรณหาคือความเสื่อม
และที่สุดของการมุ่งแสวงหาความสุข ก็คือความทุกข์
ความงมงายกับ ทฤษฎีหรือความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาก ๆ ที่ลึกแล้วมันก็คือ ความคับแคบตื้นเขินเท่านั้นเอง “สังคมที่มองอะไรแคบๆ คิดอะไรตื้นๆ ทำอะไรก็มักง่าย นำมาซึ่งความใฝ่ต่ำ” หวังมากได้น้อย หวังน้อยได้มาก ไม่หวังสมความปรารถนา “ฉันทะ” คือความพอใจ ความยินดี
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
ด้วยอนุภาพคุณ แห่งองค์ “พระพุทธ” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระธรรม” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระสงฆ์” ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง..........................................................ขอน้อม ถวายกุศลธรรมทานนี้เป็นพุทธบูชา
“เพื่อความเจริญแห่งพระสัทธรรม” “เพื่อความมั่นคงแห่งพระธรรม วินัย”
อันประเสริฐในพระพุทธศาสนานี้ ให้เจริญ ให้ตั้งมั่น สืบไปตราบกาลนานเทอญ
หาก “ไสยศาสตร์” ดลบันดาลได้ สังคมไทยคงไร้ปัญหา เหต-ผล “เหนือ ชีวิต”
ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง................................................................................................
ขออุทิศอนิสงค์ แห่งกุศลธรรมทานนี้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผู้มีจิตหยั่งรู้โดยทั่วกันเทอญ
พระบรมราโชวาท
พระ บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน
เมื่อวัน อาสาฬหบูชาที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปร่วมทำบุญที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ปกติเราไปทำบุญอยู่เสมอ ๆโดยเฉพาะถ้าเป็นวันพระใหญ่อย่างนี้จะไม่เคยขาดแต่ไม่ใช่วัดปากน้ำ จะบอกว่าเราไปทำบุญที่วัดปากน้ำเป็นครั้งแรกก็คงไม่ผิด เพราะเราไปวัดปากน้ำน่าจะประมาณสิบกว่าปีมาแล้ว และน่าจะไม่เกินครั้งที่ 3 และที่ ผ่านมาก็เป็นเพียงเข้าไปกราบรูปเหมือน สมเด็จพระ มงคลเทพมุนี (หลวงปู่สด จันทสโร) หรือที่เรากันเรียกว่าหลวงพ่อสด วัดปากน้ำ นั่นเอง
หลังจากที่ร่วมทำ บุญบรรจุพระในมหาเจดีย์ สวดมนต์ และร่วมบุญอื่น ๆ ในตอนเช้า ตอนบ่ายก็มีพิธีถวายผ้าอาบน้ำฝน ระหว่างรอพิธี เราเหลือบไปเห็นเอกสารบรรจุอยู่ในซองพลาสติกใสอยู่ 4-5 แผ่น วางอยู่บนเก้าอี้พลาสติก วางอยู่ 2 ชุดเหมือนกัน แผ่นบนสุดเขียนว่า “อย่าดึงฟ้าต่ำ อย่าทำหินแตก อย่าแยกแผ่นดิน” บรรทัดที่ 2 เขียนว่า “พระบรมราโชวาท” บรรทัดที่ 3 เขียนว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน” เท่านั้นแห ล่ะความอยากรู้อยากเห็นก็เกิดทันทีว่า พระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านมีว่าอย่างไร ก็มองหาเจ้าของอยู่พักหนึ่งแต่ไม่เห็นใคร เลยยอมเสียมารยาทถือวิสาสะหยิบขึ้นมาอ่านโดยไม่ได้ขออนุญาตเจ้าของ อ่านอยู่พักหนึ่งยังไม่ทันจบเจ้าของก็มาทวงคืนแต่ความที่อยากอ่านจนจบ ก็เลยก็ขอนุญาตอ่านต่อ เจ้า ของก็น่าร๊าก น่ารัก ออกปากยกให้เลย 1 ชุด บอกว่าไม่เป็นไรมีอยู่ 2 ชุด เราก็ได้แต่บอกขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณมาก ๆ
แล้วพระบรม ราโชวาทของพระองค์ท่านก็ไม่ทำให้ต้องผิดหวังเลย เพราะต้องใจมาก ๆ “ทุกคนถือ ตัวว่าเป็นพุทธศาสนิกชน จะต้องศึกษาพระพุทธศาสนาตามภูมิปัญญาความสามารถและโอกาสของตน ๆ ที่มีอยู่เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจอย่างถูกต้องกระจ่างชัดขึ้นในหลัก ธรรม เมื่อศึกษาเข้าใจและเห็นประโยชน์แล้วก็น้อมนำมาปฏิบัติทั้งในการดำเนินชีวิต ประจำวันและการงานของตน เพื่อให้เกิดความสุข ความสงบร่มเย็นและความเจริญงอกงานในชีวิตเพิ่มพูนขึ้นตามลำดับ ตามขีดความประพฤติปฏิบัติของแต่ละคนถ้าชาวพุทธ รู้ธรรม ปฏิบัติธรรมะอย่างถูกต้องทั่วถึงกันมากขึ้น ปฏิบัติการเบียดเบียนพระศาสนาให้เศร้าหมอง ก็ลดน้อยลง...”
ทรงพระราชทานแก่ ผู้เข้าร่วมสัมมนาเรื่อง “การทะนุบำรุงรักษาพระพุทธศาสนา” เมื่อวันที่ ๑๓ มีนาคม ๒๕๒๕ ณ ศาลาธรรมชินราชปัญจมบพิธ วัดเบญจมบพิตร
ไม่ทราบว่าคนอื่น เมื่ออ่านแล้ว จะประทับใจ เหมือนเรารึเปล่าแต่เราน่ะชอบมาก ๆ จนอดใจไม่ไหวต้องเอามากบอกต่อ
ในเอกสารฉบับนั้นยังมีข้อความเพิ่มเติมอีกว่า....
...เรา ปฏิเสธความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมไม่ได้ แต่เราก็ไม่ควรเป็นเหยื่อของสังคม
ระบบสังคมไทยพัฒนาตัวเองเพื่อแข่งความเจริญทางวัตถุดิบกับนานา ประเทศมานานจนถอนตัวไม่ขึ้น ไม่มีเวลาแม้แต่เวลาจะ ไตร่ตรองว่า ที่สุดของความเจริญที่ดิ้นรณหาคือความเสื่อม
และที่สุดของการมุ่งแสวงหาความสุข ก็คือความทุกข์
ความงมงายกับ ทฤษฎีหรือความเชื่อมั่นในความคิดของตัวเองมาก ๆ ที่ลึกแล้วมันก็คือ ความคับแคบตื้นเขินเท่านั้นเอง “สังคมที่มองอะไรแคบๆ คิดอะไรตื้นๆ ทำอะไรก็มักง่าย นำมาซึ่งความใฝ่ต่ำ” หวังมากได้น้อย หวังน้อยได้มาก ไม่หวังสมความปรารถนา “ฉันทะ” คือความพอใจ ความยินดี
นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (๓ จบ)
ด้วยอนุภาพคุณ แห่งองค์ “พระพุทธ” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระธรรม” ด้วยอนุภาพคุณแห่งองค์ “พระสงฆ์” ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง..........................................................ขอน้อม ถวายกุศลธรรมทานนี้เป็นพุทธบูชา
“เพื่อความเจริญแห่งพระสัทธรรม” “เพื่อความมั่นคงแห่งพระธรรม วินัย”
อันประเสริฐในพระพุทธศาสนานี้ ให้เจริญ ให้ตั้งมั่น สืบไปตราบกาลนานเทอญ
หาก “ไสยศาสตร์” ดลบันดาลได้ สังคมไทยคงไร้ปัญหา เหต-ผล “เหนือ ชีวิต”
ข้าพระพุทธเจ้า นาย/นาง................................................................................................
ขออุทิศอนิสงค์ แห่งกุศลธรรมทานนี้แก่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย ผู้มีจิตหยั่งรู้โดยทั่วกันเทอญ
21 ข้อ สู่ความสำเร็จ
21 ข้อ สู่ความสำเร็จ
1. แต่งงานกับบุคคล ที่คู่ควร การตัดสินใจเพียงเรื่องเดียวนี้จะกำหนด ความสุขหรือความทุกข์ของคุณถึง 90% !!
2. ทำในสิ่งที่คุณจะ สนุกกับมัน รวมทั้งคู่ควรกับเวลาและความสามารถของคุณด้วย
3. ให้ทุกสิ่งแก่ทุก ๆ คนมากกว่า ที่พวกเขาคาดว่าจะได้รับ และให้อย่างเต็มใจ
4. ปฏิบัติตัวเป็นคน มองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นเท่าที่คุณจะทำได้
5. ให้อภัยตัวคุณเอง และผู้อื่น
6. ใจกว้างอยู่เสมอ
7. มีหัวใจที่เต็มไป ด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
8. ยืนหยัด, ต่อสู้, อดทน
9. ฝึกนิสัยตนเองให้ รู้จักอดออมเงินเดือนส่วนหนึ่งไว้พอประมาณอย่างสม่ำเสมอ
10. ต้อนรับทุกคนที่ คุณได้พบเจอเหมือนที่คุณอยากจะได้รับการต้อนรับ
11. กระทำตนให้มีการ ปรับปรุงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
12. ทำตนให้เป็นคนมี คุณภาพ
13. เข้าใจด้วยว่า ความสุขไม่ได้มีพื้นฐานจากการครอบครอง อำนาจ หรือชื่อเสียง แต่มันมีพื้นฐานจากสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลที่คุณรักและนับถือต่าง หาก
14. จงรักภักดี
15. ซื่อสัตย์
16. เป็นตัวของตัวเอง
17. ยืนยันความคิดของ คุณแม้สุดท้ายแล้วคุณจะคิดผิดก็ตาม
18. เลิกตำหนิติเตียน ผู้อื่น ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอ
19. ทำในสิ่งที่คุณ อยากจะทำอย่างหาญกล้า เมื่อใดที่คุณมองกลับไปในอดีต ของคุณเอง คุณจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ คุณทำ
20. เอาใจใส่กับสิ่ง ที่คุณรัก
21. อย่าทำอะไรก็ตาม ที่จะทำให้แม่คุณไม่ภูมิใจ!!
1. แต่งงานกับบุคคล ที่คู่ควร การตัดสินใจเพียงเรื่องเดียวนี้จะกำหนด ความสุขหรือความทุกข์ของคุณถึง 90% !!
2. ทำในสิ่งที่คุณจะ สนุกกับมัน รวมทั้งคู่ควรกับเวลาและความสามารถของคุณด้วย
3. ให้ทุกสิ่งแก่ทุก ๆ คนมากกว่า ที่พวกเขาคาดว่าจะได้รับ และให้อย่างเต็มใจ
4. ปฏิบัติตัวเป็นคน มองโลกในแง่ดีและกระตือรือร้นเท่าที่คุณจะทำได้
5. ให้อภัยตัวคุณเอง และผู้อื่น
6. ใจกว้างอยู่เสมอ
7. มีหัวใจที่เต็มไป ด้วยคำว่า “ขอบคุณ”
8. ยืนหยัด, ต่อสู้, อดทน
9. ฝึกนิสัยตนเองให้ รู้จักอดออมเงินเดือนส่วนหนึ่งไว้พอประมาณอย่างสม่ำเสมอ
10. ต้อนรับทุกคนที่ คุณได้พบเจอเหมือนที่คุณอยากจะได้รับการต้อนรับ
11. กระทำตนให้มีการ ปรับปรุงที่ดีขึ้นเรื่อยๆ
12. ทำตนให้เป็นคนมี คุณภาพ
13. เข้าใจด้วยว่า ความสุขไม่ได้มีพื้นฐานจากการครอบครอง อำนาจ หรือชื่อเสียง แต่มันมีพื้นฐานจากสัมพันธภาพอันดีกับบุคคลที่คุณรักและนับถือต่าง หาก
14. จงรักภักดี
15. ซื่อสัตย์
16. เป็นตัวของตัวเอง
17. ยืนยันความคิดของ คุณแม้สุดท้ายแล้วคุณจะคิดผิดก็ตาม
18. เลิกตำหนิติเตียน ผู้อื่น ทำหน้าที่ของคุณให้ดีที่สุดก็พอ
19. ทำในสิ่งที่คุณ อยากจะทำอย่างหาญกล้า เมื่อใดที่คุณมองกลับไปในอดีต ของคุณเอง คุณจะรู้สึกเสียใจกับสิ่งต่างๆ มากมายที่คุณไม่ได้ทำ มากกว่าสิ่งหนึ่งสิ่งเดียวที่ คุณทำ
20. เอาใจใส่กับสิ่ง ที่คุณรัก
21. อย่าทำอะไรก็ตาม ที่จะทำให้แม่คุณไม่ภูมิใจ!!
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)