วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

บางส่วนความคิดเห็น คดีปูแดงไคโตซาน

ออกความเห็น , 29 มกราคม 2553 01:08
เห็นด้วยกับท่า่นทนาย หาก ดีเอสไอ และ สคบ. ชี้แจงไม่ได้ว่าใครร้องเรียน คงจะได้คุยกันอีนาน

ความคิดเห็นที่ 15
อีกด้านหนึ่งกับผลกระทบจากชาวปูแดง
ที่มา..ทนายเดชา http://www.decha.com/main/main.php
ทนายคลายทุกข์ขอนำอีกมุมมองหนึ่งของแชร์ลูกโซ่ปูแดงไคโตซาน สืบเนื่องจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) โดย นายนิโรจน์ เจริญประกอบ ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาติขายตรงของบริษัท เบสท์ 59 จำกัด และสำนักงานสืบสวนคดีอาญาพิเศษ (DSI) โดย พันเอกปิยวัฒน์ กิ่งเกตุ ได้สั่งปิดทำการ บริษัท เบสท์ 59 จำกัด โดยการกระทำดังกล่าวของทั้งสองหน่วยงานทำให้มีข้อข้องใจเกิดขึ้นมากมายต่อ กลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรผู้ใช้สินค้าของบริษัทเบสท์ 59 จำกัด กลุ่มพี่น้องนักธุรกิจอิสระและกลุ่มพี่น้องผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุก ๆ ท่าน
สมาชิกชาวปูแดงส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ จะเป็นชาวเกษตรกรหรือมีความเกี่ยวข้องกับภาคส่วนการเกษตร ฉนั้นตัวสินค้าที่ทางบริษัทผลิตและจำหน่าย พี่น้องชาวปูแดงต้องผ่านการใช้งานก่อน พิสูจน์แล้วเห็นว่าดีจริงจึงใช้ สมาชิกส่วนใหญ่พอใจมากเพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตได้จริง อีกทั้งทางบริษัทยังจัดส่งเสริมองค์ความรู้ในการใช้สินค้า และตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพสินค้าอยู่สม่ำเสมอ ทุกกิจกรรมที่ทางบริษัทจัดทำล้วนสมเหตุสมผลสมาชิกปูแดงทุกท่านทราบดี ถ้าพูดถึงการทำการเกษตรเมื่อให้เปรียบเทียบระหว่าง พี่น้องสมาชิกชาวปูแดงกับ สคบ. และ DSI เชื่อว่าฝีมือคนละชั้นคนที่ผ่านการใช้งานด้วยตนเองย่อมจะรู้ดีกว่า แต่ถ้าในส่วนของข้อกฎหมาย พี่น้องชาวปูแดงคงจะเก่งสู้หน่วยงาน สคบ.และ DSI ไม่ได้
ข้อกฎหมายเรารู้น้อย ฉนั้นขอกล่าวข้อข้องใจโดยอาศัยหลักของคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม และมโนสำนึกที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ข้อข้องใจพอสรุปได้ดังนี้ การที่ สคบ.จะตรวจสอบบริษัท ควรจะต้องมีการร้องเรียนจากกลุ่มสมาชิกหรือผู้ที่ได้รับผลเสียหายจากการใช้ ผลิตภัณฑ์ทางบริษัทหรือการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแบ่งผลตอบแทนตามที่ บริษัทแจ้งเอาไว้ และหาก สคบ.ได้รับร้องเรียนจริงก็จะต้องทำการสืบสวน ตรวจสอบในเชิงลึกว่าผู้เสียหายเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด หากมีผลกระทบสมาชิกส่วนใหญ่ก็อาจเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าเรื่องร้องเรียนมี มูลความจริง แต่ถ้าหากผลกระทบเกิดขึ้นกับสมาชิกส่วนน้อยก็ต้องหาเหตุต่อไป เช่น ใช้สินค้าไม่ได้ผลเพราะอะไร ใช้ถูกวิธีไหม และทาง สคบ.ควรแจ้งให้บริษัทเข้าไปดูแลและทำความเข้าใจไม่ใช่สั่งปิดหรือเพิกถอนใบ อนุญาติซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
มาถึงวันนี้ เป็นเวลา 8 วัน ทาง สคบ.และ DSI ยังไม่มีข้อชี้แจง ข้อข้องใจ ให้สังคมได้รับรู้ว่าการกระทำดังกล่าวทำไปเพราะเกิดจากความลุแก่อำนาจหรือทำ ไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่แสดงตัวว่าเป็นที่พึ่ง ของประชาชน จะพึงกระทำ ซึ่งเราขอให้เป็นประการหลัง เพราะอย่างน้อยประชาชนอย่างเรา ๆ ยังพอได้อุ่นใจว่ายังมีหน่วยงานรัฐให้เราพึงพาได้ และสิ่งที่ สคบ.และ DSI ควรจะออกมาชี้แจงให้สังคมรับรู้ ก่อนที่ความศรัทธาและความไว้วางใจในหน่วยงานของท่านจะเสื่อมไป คือ
1.ใครเป็นผู้ร้องเรียนทางบริษัท และร้องเรียนเรื่องอะไร
2.คนที่ร้องเรียนหรือผู้ที่เสียหายที่เกิดจากทางบริษัท มีจำนวนเท่าไหร่ และเกิดความเสียหายจากอะไร และทางบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบต่อคนกลุ่มนี้ไหม
3.ความมั่นคงของทางบริษัทมีมากน้อยเพียงใด
4.ข้อมูลทั้งหมดของบริษัท

ตั้งแต่การผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าในแต่ละเดือน กลุ่มสมาชิกที่ใช้สินค้า และข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดที่สมาชิกและสังคมควรรับรู้ ข้อมูลเหล่านี้ทาง สคบ.และ DSI ควรมีก่อนที่จะทำการตัดสินใจปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาติทางบริษัท แต่วันนี้ทางสมาชิกปูแดงและสังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งยังผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง พอสรุปความเสียหายได้ 3 ประเด็นหลัก คือ
1. สมาชิกภาคส่วนการเกษตรขาดสินค้าที่ดี ที่ไว้วางใจ ไว้ใช้งาน ซึ่งอาจมีผลต่อผลิตที่จะได้รับในแต่ละปี
2. สมาชิกที่เป็นนักธุรกิจอิสระซึ่งมีรายได้จากการกระจายสินค้าและองค์ความรู้ เข้าไปดูแลปัญหา อีกทั้งยังเป็นตัวกลางประสานความรู้ให้พี่น้องในภาคการเกษตร ซึ่งรายได้จะได้รับจากบริษัทที่มีการกระจายสินค้าเพิ่มขึ้นต้องขาดรายได้ หรือพูดง่าย ๆ คือตกงาน
3.ในการกระจายสินค้า สมาชิกเมื่อเห็นว่าใช้ดีก็จะบอกต่อไปยังคนที่รัก เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติสนิท เพื่อนฝูง แต่ในการกระทำของ สคบ.และ DSI ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ของคนที่เรารักและรักเรา ทำให้ดูเหมือนว่าเราเป็นคนหลอกลวง นำสินค้าไม่ดีไปให้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นในข้อนี้ประเมินค่าไม่ได้
หากทาง สคบ.และ DSI ยังเพิกเฉยมิยอมชี้แจงข้อข้องใจหรือยังดื้อดึง ระงับไม่ให้ทางบริษัทดำเนินการได้ตามปกติ สมาชิกปูแดงที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายทุกคนจะแจ้งความเรียกร้องค่า เสียหายที่เกิดขึ้น ณ.เวลานี้ประชาชนคนรากหญ้า คนทำมาหากิน เดือดร้อน กันมาก อยากให้ผู้มีใจรักความเป็นธรรม ช่วยตรวจสอบ ด้วย

วันที่ตั้งกระทู้ 28/1/2553 16:16:45
มีการเปิดแล้ว 247 ครั้ง เจ้าของกระทู้ ทนายคลายทุกข์

ความคิดเห็นที่ 14
ชาวนา , 28 มกราคม 2553 10:17
เดี่ยวนี้นวตกรรมของเกษตรกรเขาไปถึงไหนแล้ว สคบ. dsi โครตมั่ว ลองไปถามชาวบ้านที่เขาใช้ก่อน ว่าปลดหนี้ปลดสินได้ไหมบางคนใช้แล้วปลดได้เป็นล้านๆๆๆก็มี

ความคิดเห็นที่ 13 เบื่อคนขายชาติ , 27 มกราคม 2553 20:00
ผมอยากให้ทาง DSI และ สคบ นั้นได้คิดกันสักนิดนะว่าจมูกของพวกทานมีอะไรแขวอยู่หรือป่าว ถ้าไม่มีก็คงต้องเป็นกลางนะ (ถ้างั้นบริษัททั้งหมดที่เป็นขายตรงต้องถูกปิด) สมอง.......................

ความคิดเห็นที่ 12
คนเดช , 27 มกราคม 2553 12:32
จริงจริงแล้ว
* สคบ.ควรคุยกันดีดีหรือแจ้งเตือน บ.เบทส์ 59 ก่อนทำงานไปตามขั้นตอนสิคุณ ไม่จำเป็นต้องประสานกับ DSI เลย เอ้อ ถ้า บ.ไม่ได้ทำตามเงื่อนไขก็ค่อยบุกจับสิ นิอะไร DSI คงอยากได้หน้ามากคิดว่าใหย่แล้วทำไรได้ละสิ พอโดนตอบโต้กลับพูดไม่ตรงประเด็นอ้อมแม่น้ำทั้ง5ข้อมูลขายตรงยังไม่รู้เรื่องจริงทำเป็นพูดโดยเฉพาะ * หน้าตายปิยะวัด กิ่งเกต หัดคิดก่อนพูดบ้าง ตำแหน่งสูลเสียป่าว55

ความคิดเห็นที่ 11 คนรักปูแดง , 26 มกราคม 2553 15:49
สคบ และ dsi ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใช้ปูแดง ก็ไม่เห็นว่าจะเดือดร้อนอะไรกับปูแดง สินค้าเขาก็ดี ไปซื้อทีไรก็ได้ของมาทุกครั้ง ไม่เห็นมีใครมาหลอก เห็นศุนย์ปูแดงที่อยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เห็นเขาขายดีอาทิตย์หนึ่งก็เห็นรถ 10 ล้อมาส่งเอาๆ ไม่ทราบเขาจะเป็นแชร์ลูกโซ่ตรงไหน เพราะสินค้าเขาขายดีจริงๆ เพราะสินค้าเขาขายดีเขาถึงมีเงินจ่ายสมาชิกเขา กรุณาตรวจสอบก่อนค่อยมาจับเขา ประเทศชาติจะได้เจริญ

ความคิดเห็นที่ 10 สมาชิกปูแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:39
ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง เรียนไม่สูง เหมือนพวกใส่สูท เป็นลูกคนยากจน แต่มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ ชาติ ที่ตัวเองอาศัยอยู่ มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ เกษตรกร กระดูกสันหลังของชาติ ให้ได้มีโอกาสเงยหน้ามาดูท้องฟ้า ได้อยู่ดี กินดี มีเงินมาใช้หนี้ สมาชิกในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัว ไม่ต้องกระจัดกระจาย กันไปทำมาหากินคนละทิศคนละทาง พวกท่านที่กำกฎหมายอยู่ในมือ ขอให้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ต่างชาติเขาดูถูกกฎหมายไทยมานานแล้วว่าไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อถือไม่ได้ อย่าให้คนไทยด้วยกันต้องมีความรู้สึก เกลียดกฎหมายไทย ไปอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่มีความสามารถรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็ให้อยู่เฉย ๆ ดีกว่า อย่าคิดทำลายคนไทย ประเทศไทย เดี๋ยวไม่มีแผ่นดินจะอยู่ สงสารรุ่น ลูกหลาน ของท่านบ้าง เขาต้องมารับกรรม

ความคิดเห็นที่ 9 คนเครือข่าย , 26 มกราคม 2553 15:34
dsi สคบ ท่านบอกปูแดงผิดเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แต่ท่านยังไม่ตรวจสอบเลยว่า จริงๆแล้วเงินปันผลที่เขาจ่ายสมาชิก ได้มาจากที่ใด แต่ท่านจับเขาก่อนแล้วค่อยมาตรวจสอบ ท่าน สคบ ออกข่าวทางข่าวออนไลน์ท่านก็ยังตอบไม่ได้ว่าปูแดงเขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน น่าอายเหลือเกิน แต่คนที่ทำธุรกิจปูแดงเขาจะรู้ ว่าเงินที่เขาจ่ายไปเขาได้ของมา และเขาใช้ดีได้ผลกับพืชของเขา เขาก็ซื้อซ้ำ รหัสถึงได้มีเป็นล้าน ถ้าใช้ไม่ดีเขาจะเสียเงินไปทำไม หรือจะให้เเอไปถมที่ เพราะดินมันเสื่อมจากการใช้เคมีมากี่ 10 ปีแล้วท่าน

ความคิดเห็นที่ 7 คนกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:22
ถ้าท่าน สคบ และ dsi ไม่สามารถช่วยคนไทยได้ ก็ขอให้อยู่เฉย ๆ อย่าคิดทำร้ายเกษตรกรไทย ผู้ยากจน และตกทุกข์ มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 คนเขาพระวิหาร , 26 มกราคม 2553 15:16
ดร.วิชาญ จำปาขาว อ.ธนาพัท กิจใบ ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง บุคคล 3 ท่านนี้ คือผุ้ที่จะพลิกชะตาชีวิตเกษตรกร ของประเทศไทย ให้อยู่ดี กินดี มีเงินใช้หนี้ ประเทศไทย จะแข็งแรง

ความคิดเห็นที่ 5 somjit , 26 มกราคม 2553 14:44
ขอร้องเรียนบ้าง ล๊อตเตอรรี่ ขายเกินราคา ขอให้ปิดกองสลากไปเลย กล้าหรือเปล่าล่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 somjit , 26 มกราคม 2553 14:40
ไม่น่าจะมีหรอกครับ และที่อ้างว่ามีผู้เสียหายร้องเรียน ก็ไม่มีอีกเช่นกัน เพราะสินค้าใช้แล้วได้ผลจริง ขนาดโดนแบบนี้ ยังมีสมาชิกมาขอซื้ออยู่เสมอ ข้าราชการประจำที่มาทำกับปูแดงมีมากมาย คนระดับนี้คงไปหลอกเขาไม่ได้แน่นอน อยากให้ปิดบริษัทอื่นด้วย โดยให้ทำเหมือนกับทำที่ปูแดง อยากจะรู้ว่า สคบ.และdsi จะกล้าทำหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 3
วิช กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 14:14
ท่านทั้ง 3 สู้ๆครับ เราชาวกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ พร้อมสู้เพื่อความถูกต้อง และต้องเป็นธรรม ใช่ไหมพี่น้องปูแดง

ความคืบหน้า...ปูแดงไคโตซาน (วงใน)

วันนี้ ประธานบริษัทท่านสมปอง แซ่ตั้ง ดร.วิชาญ จำปาขาว และคุณ ธนพัทธ์ กิจใบ... และ 3 ผู้บริหารใหญ่ของเบทส์ 59 ได้เข้าหารือ( ไม่ใช่มอบตัว ) กับคณะผู้บริหาร DSI

โดนเนื้อหาใจความ โดยสรุป ไม่มีการเอาความผิด โดยอ้างเหตุผลว่า กฏหมายธุรกิจขายตรง และแซ่ลูกโซ่กำกึ่งกันโดยการดำเนินการก็ทำไปตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความกระทบกระเทือนทั้งสองฝ่ายทั้งนี้

ทาง DSI มีสองขอที่ขอร้องทางบริษัท.

1.อย่าแจ้งความกลับ
2.อย่าชุมนุมเรียกร้อง

หลังจากนี้ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการยืนคำร้อง อุธร และทำตามระบบต่อไป ทั้งนี้ ท่านประธาน แจ้งว่าไม่เกิน 2 เดือนทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม และต้องดียิ่งใหญ่กว่าเดิม เรื่องความเสียหายของสมาชิก กำลังอยู่ในช่วงการประชุมสรุป แต่แน่ๆ ท่านประธานไม่ทิ้งนักธุรกิจและเกษตรกร

ขอขอบคุณน้าทอม ที่ทำให้เว็บนี้เสนอความจริง ทั้งก่อนหน้าที่อาจจะมีคนสมน้ำหน้า และวันนี้เราทำได้แล้ว ความมุ่งมั่นปรารถนาดีต่อ นักธุรกิจ และเกษตรกร โดยไม่ได้ทำเป็นแบบระดมทุนอย่างที่คนอื่นคิด คุณหาได้ที่ท่านประธาน สมปอง แซ่ตั้ง ปูแดงไคโตซาน.....มีบริษัทอื่นอีกใหม่ที่เจ้าของทำเพื่อนักธุรกิจ เคยเห็นแต่ทำเพื่อตัวเอง.................

- รูป บทสรุป ... ปูแดงไคโตซาน ... -

กลยุทธ์ 7 ประการสู่ความสำเร็จในธุรกิจ MLM


ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายนั้น เป็นธุรกิจที่อาจกล่าวได้ว่า”เป็นธุรกิจที่เรียนง่ายแต่ไม่ง่าย” (SIMPLE BUT NOT EASY) ที่ว่าไม่ง่ายนั้นมิได้หมายความว่า “ทำยาก” แต่อย่างใดแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ง่าย ก็เพราะส่วนมากมิได้”ทำจริง” ขอเพียงทำอย่างจริงจังเท่านั้นก็สามารถประสบความสำเร็จกันได้ทุกคน ส่วนว่าจะช้าหรือเร็วนั้น ขึ้นอยู่กับ”เทคนิค”เงื่อนไข”บางประการ

กลยุทธ์ 7 ประการสู่ความสำเร็จในธุรกิจ MLM

1.ทำอย่างอดทน ธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายนั้น แพ้ชนะ วัดกันที่ความอดทนไม่ได้วัดกันที่ความเฉลียวฉลาดหลักแหลม หรือความอัจฉริยะ จงจำไว้ว่า “คนชนะ”นั้นแพ้มากกว่า”คนแพ้” เสียอีกเพียงแต่คนชนะไม่ยอมแพ้ ยังคงอดทนทำต่อไปจนชนะในที่สุด

2.ทำอย่างฉลาด การจะประสบความสำเร็จได้นั้น อดทนอย่างเดียวไม่พอ หรืออาจจะทำให้ประสบความสำเร็จช้ามากจนเกือบไม่มีอนาคต จนเกือบจะท้อแท้เลิกราไป แต่ถ้าทำอย่างฉลาดด้วยก็จะทำให้การทำงานมีประสิทธิผลมากขึ้น เช่น อย่าเสียเวลากับคนน่าเบื่อมากเกินไป รู้จักมองคนที่จะเป็นผู้นำได้ กิจกรรมทุกกิจกรรมที่เราเข้าร่วมต้องสร้างอานิสงค์กับความก้าวหน้าด้วย มิใช่เฮไหนเฮด้วยช่วยเฮนั่นไปเสียทุกงาน ทุกกิจกรรม รู้จักกินทีละคำ อย่าพยายามเหนื่อยกับทุกคน เหนื่อย กับทุกครั้ง เหนื่อยกับทุกอย่าง โดยไม่รู้ว่าจะเกิดคุณประการอะไรได้บ้าง

เรามีเวลาอยู่จำกัด เราไม่สามารถทำทุกอย่างได้หมด จงเลือกทำเฉพระสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความสำเร็จจริงๆ เท่านั้น

3. ทำอย่างมุ่งมั่น ต้องไม่โลเล เปลี่ยนใจง่าย ต้องกัดไม่ปล่อย เมื่อตัดสินใจแล้ว ต้องล็อคหางเสือ มุ่งไปข้างหน้าอย่างเดียว ต้องทำขั้นทุบหม้อข้าว เผาสะพานกันเลยทีเดียว คนส่วนมากประสบความล้มเหลวเพราะไม่มุ่งมั่นพอ ทำธุรกิจนี้อย่างกล้าๆ กลัวๆ เผื่อเหลือเผื่อขาด เผื่อทางถอยไว้มากมายหลายทางเหลือเกิน เมื่อประสบปัญหาแม้เพียงเล็กน้อย แทนที่จะหาวิธีว่าจะทำอย่างไร ให้สำเร็จ กลับพยายามหาข้ออ้างสารพัด เพื่อจะบอกว่าทำไม มันจึงไม่สำเร็จ หลายคน โผไปทางโน้นที โผไปทางนี้ที แสวงหาสินค้าในอุดมคติ ดิ้นรนหาแผนการตลาดสุดวิเศษ ซึ่งชั่วชีวิตก็ไม่เคยพบ เพราะปัญหาอยู่ที่ตัวเขาเอง ไม่ได้อยู่ที่สินค้า องค์กร หรือแผนกการขาย – แผนการตลาด


4 .ทำอย่างศรัทธา ผู้ ที่จะประสบความสำเร็จในธุรกิจแบบเครือข่าย ต้องศรัทธาต่อตนเอง ศรัทธาต่อวิชาชีพ ศรัทธาในตัวสินค้า ศรัทธาต่อองค์กร ศรัทธาต่อทีมงาน ศรัทธาต่อแผนงาน จงจำไว้ว่า ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่ดีที่สุด จะดีหรือไม่เพียงใด อยู่ที่ความคิดจิตใจและศรัทธาของเราเท่านั้น

5. ทำอย่างมืออาชีพ การจะประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องอาศัย”4” คือทัศนคติ......เทคนิค..... ทักษะ..... และแทคติคส์ แน่นอนว่าในเส้นทางของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายนั้น”ทัศนคติ”เป็น สิ่งสำคัญที่สุด และอาจถือเป็นส่วนชี้ขาดความสำเร็จหรือส้มเหลวได้เลยทีเดียว แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า เทคนิค...ทักษะ...หรือแม้แต่แทคติคส์ ก็มีส่วนสำคัญที่จะทำให้เราเป็น”มืออาชีพ” มากขึ้น ประสบความสำเร็จได้รวดเร็วขึ้น ทำงานอย่างมีประสิทธิ์ผลมากขึ้น

6.ทำด้วยความเสียสละ กฎ สำคัญข้อหนึ่งของธุรกิจการตลาดแบบเครือข่ายก็คือเราต้องช่วยให้ผู้อื่นประสบ ความสำเร็จก่อน เราจึงจะประสบความสำเร็จ ต้องให้ผู้อื่นมากกว่าที่เขาสมควรได้รับ การช่วยเหลือต่างสายงาน บางครั้งก็จำเป็นต้องทำด้วยความใจกว้าง และไม่ต้องห่วง กฎแห่งการตอบแทน ตามธรรมชาติไม่เคยผิดพลาด เราไม่มีวันสูญเปล่าในสิ่งที่เราทำเพื่อช่วยเหลื่อคนอื่น ขอเพียงทำอย่างมีสติ และอย่างฉลาด

7. ทำอย่างมีคุณธรรม ต้อง ไม่ริษยา ไม่นินทาว่าร้าย ไม่แย่งลูกทีม ไม่โกง ไม่โกหก ไม่ก่อปัญหาชู้สาว ไม่เหยียบหัวลูกทีมเพื่อขึ้นตำแหน่ง ไม่ลืมตัว บางคนเพียงแค่ประสบความสำเร็จในระดับปานกลางเท่านั้นก็เปลี่ยน ไปเป็นคนละคน เปลี่ยนไปในทางหยิ่งทะนง ดูถูกคนอื่น คุยข่ม