วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ข้อแนะนำสำหรับข้าวนาหว่าน

ควรใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวที่สมบูรณ์ ใช้ข้าวปลูกไม่เกินไร่ละสองถัง เพราะจะทำให้พืชได้รับธาตุอาหารอย่างเพียงพอ และสามารถแตกกอได้อย่างเต็มที่ ทำให้แสงอาทิตย์เข้าถึงพื้นดินป้องกันการเกิดเชื้อราและโรครากเน่า

ทำให้รากพืชสามารถสร้างออกซิเจนและหาอาหารได้ดี กระตุ้นจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ในดินให้ทำกิจกรรมได้ดีขึ้น ลดการวางไข่ของแมลงได้ดี พืชไม่เป็นเชื้อรา ช่วยระบบการหายใจ ได้ดีขึ้น ทำให้มีการสังเคราะห์แสงดี เจริญเติบโตได้อย่างเต็มที่ ดูแลรักษาง่าย จึงได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพ เป็นที่ต้องการของตลาด

การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ปูแดงกับนาข้าว

สามารถใข้ปุ๋ยอินทรีย์ปูแดงร่วมกับปุ๋ยเคมีได้ในอัตราส่วน 1:3 ปุ๋ยเคมี 1 กระสอบ ปุ๋ยปูแดง 3 กระสอบ และผงชูรสพืช 2 กิโลกรัม คลุกเคล้าก่อนนำๆไปหว่าน จะทำให้ ท่านสามารถลดต้นทุน การใช้ปุ๋ยเคมี ลงได้ ทำให้สภาพดินของท่านมีความอุดมสมบูรณ์ ด้วยธาตุอาหารหลักอาหารรองอาหารเสริม ครบถ้วน และทำให้ดินโปรงร่วนซุยเหมาะสมกับการเพาะปลูก

ประโยชน์ของการใช้ปุ๋ยเคมีผสมปุ๋ยอินทรีย์ปูแดง
- ได้ธาตุอาหารครบถ้วน เช่น อาหารหลัก อาหารรอง อาหารเสริม
- ปรับสภาพดินให้ร่วนซุยโปร่งพรุนและปรับค่า ph ของดินให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืช
- ทำให้ปุ๋ยเคมีละลายช้า ปลดปล่อยธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พืชสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเดียว ทำให้พืชเขียวทน เขียวนาน มีความสมบูรณ์ ป้องกันและสร้างภูมิคุ้มกันโรคพืชได้ดี สามารถเพิ่มผลผลิตได้มากขึ้นและลดการใช้สารเคมีลงได้มากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็น

การใช้อาหารเสริมพืชทางใบตามระยะเวลาการเจริญเติบโตของข้าว

เมื่อมีการให้ปุ๋ยครั้งแรก หลังจากการให้ปุ๋ย 5-7 วัน
1.เทน้ำ 20 ลิตรลงในถังน้ำหรือภาชนะที่ใช้
2.เทไคโตซานพืชปูแดงตามลงไปเป็นอันดับแรก 20 cc
3.แล้วตามด้วยอินทรีย์ปูแดง 20 cc
4.แล้วสมุนไพรปูแดงอีก 20 cc
5.ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นข้าว ถ้าให้ผลดีควรฉีดพ่นทุกๆ 10-15 วัน

เมื่อข้าวอายุได้ 35-40 วัน
1.เทน้ำ 20 ลิตรลงในถังน้ำหรือภาชนะที่ใช้
2.เทไคโตซานพืชปูแดงตามลงไปเป็นอันดับแรก 20 cc
3.แล้วตามด้วยอินทรีย์ปูแดง 40 cc
4.แล้วสมุนไพรปูแดงอีก 40 cc
5.ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นข้าว
ข้อควรระวัง:ข้าวระยะนี้มีปัญหาเรื่องหนอนและแมลงรบกวน ควรมีการป้องกันระมัดระวังไว้ก่อน โดยการใช้สมุรไพรช่วยในการควบคุมและป้องกัน

เมื่อข้าวอายุได้ 55-60 วันหรือช่วงระยะตั้งท้อง (แล้วแต่พันธุ์ข้าวด้วยว่าเป็นพันธุ์ 3 เดือน 3 เดือนครึ่ง หรือ 4 เดือน)
1.เทน้ำ 20 ลิตรลงในถังน้ำหรือภาชนะที่ใช้
2.เทไคโตซานพืชปูแดงตามลงไปเป็นอันดับแรก 20 cc
3.ตามด้วยอินทรีย์ปูแดง 40 cc
4.สมุนไพรปูแดงอีก 40 cc
5.แล้วเพิ่มแคลเซียมโบรอนลงไป 20 cc
6.คนให้เข้ากัน
7.ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นข้าว

เมื่อข้าวออกรวงโผล่เผล่หรือข้าวแทงหางปลาทู
1.เทน้ำ 20 ลิตรลงในถังน้ำหรือภาชนะที่ใช้
2.เทไคโตซานพืชปูแดงตามลงไปเป็นอันดับแรก 20 cc
3.ตามด้วยอินทรีย์ปูแดง 40 cc
4.สมุนไพรปูแดงอีก 40 cc
5.แล้วเพิ่มแคลเซียมโบรอนลงไป 20-30 cc
6.คนให้เข้ากัน
7.ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นข้าว จะทำให้ข้าวออกรวงสุดไม่เป็นโรคจู๋เพราะว่าข้าวมีธาตุอาหารเพียงพอ ทำให้เมล็ดเต็ม ไม่ลีบ ไม่เป็นท้องปลาซิว

เมื่อข้าวสลัดเกสรแล้ว
1.เทน้ำ 20 ลิตรลงในถังน้ำหรือภาชนะที่ใช้
2.เทไคโตซานพืชปูแดงตามลงไปเป็นอันดับแรก 20 cc
3.ตามด้วยอินทรีย์ปูแดง 40 cc
4.สมุนไพรปูแดงอีก 40 cc
5.แล้วเพิ่มแคลเซียมโบรอนลงไป 20-30 cc
6.คนให้เข้ากัน
7.ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณต้นข้าว จะทำให้ข้าวเมล็ดเยอะ รวงใหญ่ ได้น้ำหนักดี มีคุณภาพ ความชื้นต่ำ ขายได้ราคาดี
หมายเหตุ ถ้ามีการฉีดพ่นสารอาหารทางใบได้บ่อยเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะจะทำให้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าพืชมีความอุดมสมบูรณ์ การฉีดพ่นที่เหมาะสมควรอยู่ระหว่าง 4-6 ครั้งไม่ควรต่ำไปกว่านี้หรือ 15-20 วันต่อครั้งจะทำให้พืชแข็งแรงต้านทานโรคได้ดี

กรณีข้าวมีโรคหรือแมลงรบกวนให้เพิ่ม
- ไคโตซานพืชปูแดง 50 cc
- อินทรีย์ปูแดง 60 cc
- สมุนไพรปูแดง 60-80 cc
- ฉีดพ่นครั้งที่สองห่างห้าวันฉีดซ้ำอีกหนึ่งครั้ง ถ้าดีขึ้นแล้วให้ฉีดต่อไปทุกๆ 7 วัน

*ข้าวสามเดือน จะเริ่มตั้งท้อง เมื่ออายุได้ห้าสิบถึงหกสิบวัน
*ข้าวสี่เดือน จะเริ่มตั้งท้อง เมื่ออายุได้เจ็ดสิบถึงเจ็ดสิบห้าวัน