- ภาษาที่สนับสนุนหลัก ของ Window Web Hosting นั้นจะเป็นพวก ASP และ ASP.NET เป็นหลักครับ ส่วนของ ตระกูล Unix Web Hosting นั้นจะเป็นพวก PHP Cgi-Perl ซึ่งไม่ได้หมายความว่า window web hosting จะ run พวก PHP ไม่ได้และ Unix Web Hosting จะ run พวก ASP ไม่ได้นะครับ สามารถทำได้เช่นกัน แต่แน่นอนความสามารถในการ run ข้าม platform แบบนี้ย่อมถูกลดความสามารถบางประการออกไปครับ เราจึงควรเลือก Hosting ที่เราถนัดที่จะพัฒนางาน ภายใต้สภาพเดิม ๆ ของ Hosting เป็นดีที่สุดครับ
- ราคา แน่นอน Windows Web Hosting เองต้องจ่ายค่า License ซึ่งมีราคาค่อนข้างสูง ส่วน ตระกูล Unix นั้นมีหลายแบบครับ ตั้งแต่ Linux ซึ่งก็จะมีหลายยี่ห้อครับ ที่ใช้ๆ กันจะเป็น RedHat (หมวกแดง) ซึ่งเป็น Commercial License ครับ แต่เดิม Linux เองจะเป็น GPL (General Public License) ซึ่งหากมีผู้ใดนำไปพัฒนา ต่อยอด ก็สามารถ Make Brand แล้วขายเชิงพาณิชย์ได้ครับ แต่ถึงอย่างไรราคาก็ยังค่อนข้างถูกกว่า Windows Web Hosting มากครับ
- การพัฒนาระบบ หากเปรียบเทียบ PHP กับ ASP คงเปรียบเทียบกันได้ยากครับ ASP ของ บิลเกตต์ มีค่าบริการหลังการขาย เมื่อเราติดตั้ง Web Server การดูแลต่าง ๆ จะผ่านทาง Support ของทาง บิลเกตต์ แต่หากเป็น PHP เป็น Open Source ข้อดีคือมีผู้พัฒนาเยอะมาก มีผู้ช่วยในการแก้ไขปัญหาเยอะ เป็นรูปธรรมบ้าง ไม่เป็นบ้าง แต่สิ่งที่เรียกว่า Global Knowledge จะเกิดขึ้นที่นี่ครับ ด้วยมันสมองของนักพัฒนาทั่วโลก ที่ร่วมกันระดมกำลังความคิดในการพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
บางครั้งการเลือกจ่ายเงินในสิ่งที่ทำให้เราทำงานให้บรรลุได้เร็ว ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่นั่นก็ต้องดูกำลังของท่านก่อนการตัดสินใจ การพัฒนาในแนวทางของ ASP และ ASP.NET นั้นยังพึ่งพิง Component ซะส่วนใหญ่ ซึ่ง Component เหล่านี้มักอยู่ในเชิงพาณิชย์ (Commercial) ในหนี่ง feature เช่นการส่งเมล์ ก็จะมี Component ให้เลือกหลากหลายยี่ห้อ วิธีการใช้งานก็ต่าง ๆ กันไป ซึ่งต่างจาก PHP ที่มี standard plug-in ที่เราเรียกว่า Extension ของ PHP ซึ่งเวอร์ชั่นที่มากขึ้นก็จะมี Feature มากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเหล่านักพัฒนาต่าง ๆ ทั่วโลกต่างก็มอบ plug-in ที่ตัวเองพัฒนาให้มาใช้กับ PHP ในลักษณะ GPL (General Public License) - ระบบฐานข้อมูล Windows Hosting จะสามารถรองรับฐานข้อมูลได้เกือบทุกชนิดที่ใช้ในปัจจุบัน เช่น MySQL,SQLServer,MS Access แต่ Unix hosting สามารถรองรับได้เพียง MySQL
ปูแดง,ปูแดง168,ปูแดงไคโตซาน,ปุ๋ยปูแดง,ไคโตซาน,ไคโตซานพืช,ไคโตซานสัตว์,อินทรีย์ปูแดง,สมุนไพรปูแดง,ผงชูรสปูแดง,Poodang,Kitozan,สารไคโตซาน,ตัวแทนจำหน่ายปูแดง,เกษตรปลอดสารพิษ,เกษตรชีวภาพ,ธุรกิจเกษตร,พืชโตไว,เพิ่มผลผลิต,ป้องกันโรค,ป้องกันแมลง,สารปรังปรุงดิน,ชาวสวนไร่นา,ลดปุ๋ย,โอกาสทางธุรกิจ,mlm,ขายตรง,รายได้เสริม,รายได้พิเศษ,ธุรกิจเครือข่าย โทรปรึกษาฟรี 083-0340025
วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ความแตกต่าง ของ Windows Web Hosting และ Linux Web Hosting
วิธีการโอนย้ายโดเมนเนม (Domain Transfer)
1.โดเมนเนมของคุณจะต้องไม่หมดอายุ เราขอแนะนำว่าควรทำการย้ายก่อนที่โดเมนจะหมดอายุ 30 วัน เพื่อที่จะมีเวลาเหลือสำหรับดำเนินการในขั้นตอนอื่นๆ ต่อไป
2.ในการโอนย้ายโดเมนคุณจำเป็นต้องมี Authentication code หรือ Secret code เพื่อทำการย้ายโดเมนมาไว้ที่เรา โดยสามารถขอ code ดังกล่าวได้ จากบริษัทจดทะเบียนโดเมนเดิมของคุณ
3.เราไม่สามารถทำการย้ายโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนหรือต่ออายุมาน้อยกว่า 60 วันได้ คุณจำเป็นต้องรอจนครบ 60 วันก่อน จึงจะสามารถทำการโอนย้ายโดเมนมาที่ HostFrappe ได้
4.ต้องแน่ใจว่าโดเมนของคุณไม่ถูกล๊อคจากบริษัทจดทะเบียนเดิม กรุณาติดต่อกับบริษัทจดทะเบียนเดิม เพื่อยืนยันว่าไม่มีการล๊อคโดเมนในขณะที่ทำการโอนย้าย (บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมักจะล๊อคโดเมนโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย)
5.บริการโอนย้ายโดเมนจะต่ออายุให้ 1 ปีนับจากวันที่หมดอายุ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลือจากของเดิมจะยังคงอยู่ครับ
สรุปขั้นตอนในการโอนย้ายโดเมนเนม:
1.ขอ Authentication code และขอปลดล๊อคโดเมนกับทางบริษัทจดทะเบียนเดิม
2.ต้องแน่ใจว่าอีเมล์ Administrator และ Registrant ของโดเมนที่ต้องการโอนย้ายเป็นของคุณ (เพราะในขั้นตอนที่ 3-5 จะมีการติดต่อไปยังอีเมล์ดังกล่าว)
3.รออีเมล์ Transfer request จาก HostFrappe เพื่อทำการยืนยัน (ใส่ Auth code) หากไม่มีอีเมล์ส่งถึงคุณภายใน 24 ชั่วโมง โปรดแจ้งให้เราทราบเพื่อตรวจสอบ
4.รออีเมล์ Transfer confirmation จากบริษัทจดทะเบียนเดิมเพื่อทำการยืนยัน
5.เมื่อการโอนย้ายโดเมนเนมเสร็จสิ้นจะมีอีเมล์แจ้งให้คุณทราบครับ
2.ในการโอนย้ายโดเมนคุณจำเป็นต้องมี Authentication code หรือ Secret code เพื่อทำการย้ายโดเมนมาไว้ที่เรา โดยสามารถขอ code ดังกล่าวได้ จากบริษัทจดทะเบียนโดเมนเดิมของคุณ
3.เราไม่สามารถทำการย้ายโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนหรือต่ออายุมาน้อยกว่า 60 วันได้ คุณจำเป็นต้องรอจนครบ 60 วันก่อน จึงจะสามารถทำการโอนย้ายโดเมนมาที่ HostFrappe ได้
4.ต้องแน่ใจว่าโดเมนของคุณไม่ถูกล๊อคจากบริษัทจดทะเบียนเดิม กรุณาติดต่อกับบริษัทจดทะเบียนเดิม เพื่อยืนยันว่าไม่มีการล๊อคโดเมนในขณะที่ทำการโอนย้าย (บริษัทจดทะเบียนหลายแห่งมักจะล๊อคโดเมนโดยอัตโนมัติ เพื่อความปลอดภัย)
5.บริการโอนย้ายโดเมนจะต่ออายุให้ 1 ปีนับจากวันที่หมดอายุ ดังนั้นระยะเวลาที่เหลือจากของเดิมจะยังคงอยู่ครับ
สรุปขั้นตอนในการโอนย้ายโดเมนเนม:
1.ขอ Authentication code และขอปลดล๊อคโดเมนกับทางบริษัทจดทะเบียนเดิม
2.ต้องแน่ใจว่าอีเมล์ Administrator และ Registrant ของโดเมนที่ต้องการโอนย้ายเป็นของคุณ (เพราะในขั้นตอนที่ 3-5 จะมีการติดต่อไปยังอีเมล์ดังกล่าว)
3.รออีเมล์ Transfer request จาก HostFrappe เพื่อทำการยืนยัน (ใส่ Auth code) หากไม่มีอีเมล์ส่งถึงคุณภายใน 24 ชั่วโมง โปรดแจ้งให้เราทราบเพื่อตรวจสอบ
4.รออีเมล์ Transfer confirmation จากบริษัทจดทะเบียนเดิมเพื่อทำการยืนยัน
5.เมื่อการโอนย้ายโดเมนเนมเสร็จสิ้นจะมีอีเมล์แจ้งให้คุณทราบครับ
วัฏจักรชีวิตของโดเมนเนม (Domain Cycle)
สิ่งแรกที่คุณควรทราบในการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเว็บไซต์ก็คือ "วัฏจักรชีวิตของโดเมนเนม":
1.ช่วง Active (1-10 ปี) หลังจากที่จดทะเบียน โดเมนนั้นๆ ก็จะมีสถานะ active ซึ่งคุณสามารถเลือกจดทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 ปีไปจนถึง 10 ปี โดยส่วนมากจะจดกันที่ 1-2 ปี แล้วค่อยมาทำการ renew อีกครั้งเมื่อโดเมนนั้นหมดอายุ
2.ช่วง On Hold (1-45 วัน) เมื่อนายทะเบียน (registrar) ไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าของโดเมน (registrant) หลังจากที่โดเมนหมดอายุ นายทะเบียนอาจจะทำการลบโดเมนได้ แต่อย่างไรก็ตามโดเมนสามารถใช้งานต่อไปได้อีกประมาณ 1 ถึง 45 วันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ซึ่งในระยะนี้โดเมนเนมยังคงอยู่ในระบบของ Shared Registry System (SRS)
3.ช่วง Redemption Grace Period (30 วัน) หลังจากผ่านช่วง on hold มาแล้ว, โดเมนเนมจะยังคงอยู่ในระบบต่ออีก 30 วันซึ่งจะเป็นช่วงที่เรียกว่า Redemption Grace Period (RGP) ระหว่างนี้, บุคคลทั่วไปยังไม่สามารถซื้อโดเมนนี้ได้ แต่โดเมนก็จะไม่ทำงาน ช่วงนี้คือโอกาสที่เจ้าของโดเมนยังคงสามารถทำการ renew ได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เสี่ยงเพราะด้วยปัจจัยต่างๆ โดเมนอาจจะหมดอายุลงได้ก่อนผ่านช่วงเวลานี้ไป
4.ช่วง Deletion (5 วัน) คือช่วงเวลาที่โดเมนจะหมดอายุจริง แต่อาจจะมีเวลาอยู่ประมาณ 5 วันที่โดเมนยังคงอยู่ใน Shared Registry System และคนทั่วไปยังคงไม่สามารถช้อนซื้อได้ ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่้เจ้าของโดเมนยังสามารถทำการ renew โดเมนของตนได้อยู่
5.ช่วง Available เมื่อโดเมนหมดอายุอย่างสมบูรณ์ ก็จะถูกปล่อยออกมา ให้สาธารณชนสามารถซื้อได้ เหมือนโดเมนที่ยังไม่เคยถูกจดทะเบียนมาก่อน
1.ช่วง Active (1-10 ปี) หลังจากที่จดทะเบียน โดเมนนั้นๆ ก็จะมีสถานะ active ซึ่งคุณสามารถเลือกจดทะเบียนได้ตั้งแต่ 1 ปีไปจนถึง 10 ปี โดยส่วนมากจะจดกันที่ 1-2 ปี แล้วค่อยมาทำการ renew อีกครั้งเมื่อโดเมนนั้นหมดอายุ
2.ช่วง On Hold (1-45 วัน) เมื่อนายทะเบียน (registrar) ไม่ได้รับการติดต่อจากเจ้าของโดเมน (registrant) หลังจากที่โดเมนหมดอายุ นายทะเบียนอาจจะทำการลบโดเมนได้ แต่อย่างไรก็ตามโดเมนสามารถใช้งานต่อไปได้อีกประมาณ 1 ถึง 45 วันขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ซึ่งในระยะนี้โดเมนเนมยังคงอยู่ในระบบของ Shared Registry System (SRS)
3.ช่วง Redemption Grace Period (30 วัน) หลังจากผ่านช่วง on hold มาแล้ว, โดเมนเนมจะยังคงอยู่ในระบบต่ออีก 30 วันซึ่งจะเป็นช่วงที่เรียกว่า Redemption Grace Period (RGP) ระหว่างนี้, บุคคลทั่วไปยังไม่สามารถซื้อโดเมนนี้ได้ แต่โดเมนก็จะไม่ทำงาน ช่วงนี้คือโอกาสที่เจ้าของโดเมนยังคงสามารถทำการ renew ได้ แต่ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ ไม่แนะนำให้เสี่ยงเพราะด้วยปัจจัยต่างๆ โดเมนอาจจะหมดอายุลงได้ก่อนผ่านช่วงเวลานี้ไป
4.ช่วง Deletion (5 วัน) คือช่วงเวลาที่โดเมนจะหมดอายุจริง แต่อาจจะมีเวลาอยู่ประมาณ 5 วันที่โดเมนยังคงอยู่ใน Shared Registry System และคนทั่วไปยังคงไม่สามารถช้อนซื้อได้ ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายที่้เจ้าของโดเมนยังสามารถทำการ renew โดเมนของตนได้อยู่
5.ช่วง Available เมื่อโดเมนหมดอายุอย่างสมบูรณ์ ก็จะถูกปล่อยออกมา ให้สาธารณชนสามารถซื้อได้ เหมือนโดเมนที่ยังไม่เคยถูกจดทะเบียนมาก่อน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)