ปูแดง,ปูแดง168,ปูแดงไคโตซาน,ปุ๋ยปูแดง,ไคโตซาน,ไคโตซานพืช,ไคโตซานสัตว์,อินทรีย์ปูแดง,สมุนไพรปูแดง,ผงชูรสปูแดง,Poodang,Kitozan,สารไคโตซาน,ตัวแทนจำหน่ายปูแดง,เกษตรปลอดสารพิษ,เกษตรชีวภาพ,ธุรกิจเกษตร,พืชโตไว,เพิ่มผลผลิต,ป้องกันโรค,ป้องกันแมลง,สารปรังปรุงดิน,ชาวสวนไร่นา,ลดปุ๋ย,โอกาสทางธุรกิจ,mlm,ขายตรง,รายได้เสริม,รายได้พิเศษ,ธุรกิจเครือข่าย โทรปรึกษาฟรี 083-0340025
วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
รู้ทันวัฒนธรรมการทำงานสิงคโปร์
ประชากรสิงคโปร์ล้วนได้รับการศึกษาอย่างดี และด้วยการสนับสนุนการค้าและพาณิชย์จากภาครัฐ สิงคโปร์มีฐานะเป็นผู้กลั่นน้ำมันรายใหญ่อันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา และยังมุ่งหน้าที่จะเป็นศูนย์กลางของการวิจัยทางเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างเรื่องสเต็มเซลล์อีกด้วย
ที่นี่นับเป็นประเทศที่คนไทยรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาระดับสูง หมายตาจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ หรือองค์กรข้ามชาติ และหากเดินทางไปที่สิงคโปร์ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก ที่จะพบคนไทยทำงานและประกอบกิจการอย่างหนาตา เสน่ห์ของสิงคโปร์คืออะไร เหตุใดจึงดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างยวนใจเช่นนี้
สิ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ ความแตกต่างหลากหลายและความเป็นสากล ประเทศนี้ดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจและนักบริหารองค์กรได้จากทั่วโลก
เมื่อประกอบกับโลกการทำงานที่มีวิถีทำงานหนัก จริงจัง มุ่งมั่นที่จะสร้างผลลัพธ์อย่างเข้มข้น ถือเป็นที่ที่คนเก่งต้องการจะเรียนรู้และแจ้งเกิด
หากจะเตรียมตัวไปเป็นคนทำงานในประเทศนี้ เรื่องภาษาไม่นับเป็นอุปสรรคสักเท่าใด แม้จะมีภาษาราชการถึงสี่ภาษา อันได้แก่ภาษามาเลย์ ทมิฬ จีนและอังกฤษ แต่ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาที่ใช้ได้อย่างแพร่หลายทั้งในธุรกิจและในวงราชการ
ส่วนศาสนานั้น สิงคโปร์ไม่มีศาสนาประจำชาติ ผู้คนนับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม และฮินดู แต่ราว 25% ไม่ระบุว่านับถือศาสนาใด ในทุกวันนี้ แม้ประชากรในสิงคโปร์ประกอบด้วยผู้คนอันหลากหลาย ในทุกวันนี้ชาวสิงคโปร์สัญชาติจีน ยังมีอิทธิพลสูงในภาคธุรกิจ
และหากเมื่อใดที่ตกลงปลงใจว่าจะโกอินเตอร์ไปยังเมืองลอดช่อง สิ่งที่คนทำงานต้องเตรียมตัวหลักๆ คือ การสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ วิธีการทำงาน และข้อควรระวัง อย่าได้ถือว่าเพื่อนบ้านใกล้ๆ คงทำงานแบบครือๆ กันเชียวนะคะ
การสื่อสารถือเป็นประตูบานแรกของการทำงานข้ามวัฒนธรรม คนทำงานต่างชาติสามารถจับมือเพื่อแสดงการทักทายได้ทั้งชายหญิง เพียงแต่ควรระมัดระวังไม่บีบแน่นและทอดมือไว้เนิ่นนานราวสิบวินาที ลักษณะการจับมือจะเป็นการจับทั้งสองมือเสียมากกว่าการจับมือแบบมือเดียวแบบตะวันตก
แม้อากาศที่สิงคโปร์จะค่อนข้างปรวนแปร แต่สุภาพบุรุษควรแต่งกายอย่างประณีตในเชิงธุรกิจ แม้จะใส่สูทผูกเนกไท ก็ควรระมัดระวังความเรียบร้อยสะอาดสะอ้านของรองเท้าเข็มขัดและหน้าตา ส่วนสุภาพสตรีการแต่งกายเชิงธุรกิจ สามารถเติมลูกเล่นในสไตล์แฟชั่นได้ตามวัยอีกเล็กน้อย
เป็นที่รู้กันว่าคนทำงานสิงคโปร์นั้น ทำงานหนัก เร็ว ฉับไว และกระตือรือร้น การปรับทีท่าภาษากาย และจังหวะจะโคนการพูดให้ไปในทางเดียวกันได้ จะช่วยให้การทำงานเข้าขา ดีกว่าเสี่ยงต่อการถูกประเมินว่าทำงานช้าและขาดประสิทธิภาพ
ในส่วนของการนำเสนอนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาทางธุรกิจ หรือการนำเสนอในองค์กร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำอย่างสมบูรณ์ และมีเทคนิคเชิงเทคโนโลยีอย่างแพรวพราว คนสิงคโปร์รุ่นใหม่มีกรอบแนวคิดและระบบความคิดเชิงวิเคราะห์อย่างชัดเจน การนำเสนอกระบวนการคิดอย่างมีตรรกะเป็นเรื่องมองข้ามไม่ได้ในการติดต่อ ประสานงาน หรือเจรจาต่อรอง
และไม่ว่าจะติดขัดหรือประสบอุปสรรคเพียงใดก็ตาม จำเป็นต้องไปถึงที่นัดหมายตรงเวลาเสมอ การล่าช้าและทำให้ผู้บริหารหรือผู้อาวุโสกว่าต้องรอคอยเป็นเรื่องที่ขาดความเป็นมืออาชีพอย่างมาก
สิ่งที่ต้องตระเตรียมเพิ่มเติมคือ เตรียมใจทำงานหนัก ในเวลาทำงานที่ทอดยาวกว่าเวลาทำงานปรกติ และยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องเลิกดึกดื่นกว่าลูกน้อง นอกจากการทำงาน เวลาที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้ทั้งงานและความสัมพันธ์ คือ การเข้าร่วมงานสังสรรค์และกิจกรรมทางสังคม
ข้อควรระวังเรื่องภาษากายเมื่อต้องการสื่อสารกับผู้ที่อาวุโสกว่าคือ การสบตา การสบตาตรงๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการท้าทายได้ ทางที่ดี คือ สบตาแบบอ่อนโยน และมองทั้งใบหน้า จะสุภาพ ยอมรับได้มากกว่าการจ้องตรงเข้าไปที่นัยน์ตา
คนทุกชาติย่อมมีความภูมิใจในชาติตน แต่อาจต่างกันไปในวิถี คนสิงคโปร์ภูมิใจยิ่งในความเป็นชาติปลอดคอร์รัปชันเจ้าหน้าที่ภาครัฐนั้น ไม่สามารถรับของขวัญของกำนัลจากผู้ติดต่องานอย่างเด็ดขาด
ส่วนผู้ที่ติดต่องาน หรือ ปฏิบัติงานร่วมกัน จำเป็นต้องเพาะสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกันเสียก่อนจะให้ของขวัญแทนใจ มิฉะนั้นแทนที่จะเป็นผลดี อาจกลับกลายได้ผลตรงข้าม
นอกจากนี้ การเปิดใจรับสิ่งใหม่ มุ่งสร้างผลลัพธ์ในงาน ละเอียดอ่อน และปรับตัวเข้าหาวิถีการทำงานของสิงคโปร์ ถือเป็นคุณค่าเพิ่มที่จะประกันความสำเร็จในเมืองสิงหปุระแห่งนี้ ได้ยิ่งกว่าใคร
วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553
บางส่วนความคิดเห็น คดีปูแดงไคโตซาน
เห็นด้วยกับท่า่นทนาย หาก ดีเอสไอ และ สคบ. ชี้แจงไม่ได้ว่าใครร้องเรียน คงจะได้คุยกันอีนาน
ความคิดเห็นที่ 15
อีกด้านหนึ่งกับผลกระทบจากชาวปูแดง
ที่มา..ทนายเดชา http://www.decha.com/main/main.php
ทนายคลายทุกข์ขอนำอีกมุมมองหนึ่งของแชร์ลูกโซ่ปูแดงไคโตซาน สืบเนื่องจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) โดย นายนิโรจน์ เจริญประกอบ ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาติขายตรงของบริษัท เบสท์ 59 จำกัด และสำนักงานสืบสวนคดีอาญาพิเศษ (DSI) โดย พันเอกปิยวัฒน์ กิ่งเกตุ ได้สั่งปิดทำการ บริษัท เบสท์ 59 จำกัด โดยการกระทำดังกล่าวของทั้งสองหน่วยงานทำให้มีข้อข้องใจเกิดขึ้นมากมายต่อ กลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรผู้ใช้สินค้าของบริษัทเบสท์ 59 จำกัด กลุ่มพี่น้องนักธุรกิจอิสระและกลุ่มพี่น้องผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุก ๆ ท่าน
สมาชิกชาวปูแดงส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ จะเป็นชาวเกษตรกรหรือมีความเกี่ยวข้องกับภาคส่วนการเกษตร ฉนั้นตัวสินค้าที่ทางบริษัทผลิตและจำหน่าย พี่น้องชาวปูแดงต้องผ่านการใช้งานก่อน พิสูจน์แล้วเห็นว่าดีจริงจึงใช้ สมาชิกส่วนใหญ่พอใจมากเพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตได้จริง อีกทั้งทางบริษัทยังจัดส่งเสริมองค์ความรู้ในการใช้สินค้า และตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพสินค้าอยู่สม่ำเสมอ ทุกกิจกรรมที่ทางบริษัทจัดทำล้วนสมเหตุสมผลสมาชิกปูแดงทุกท่านทราบดี ถ้าพูดถึงการทำการเกษตรเมื่อให้เปรียบเทียบระหว่าง “พี่น้องสมาชิกชาวปูแดงกับ สคบ. และ DSI เชื่อว่าฝีมือคนละชั้น” คนที่ผ่านการใช้งานด้วยตนเองย่อมจะรู้ดีกว่า แต่ถ้าในส่วนของข้อกฎหมาย พี่น้องชาวปูแดงคงจะเก่งสู้หน่วยงาน สคบ.และ DSI ไม่ได้
ข้อกฎหมายเรารู้น้อย ฉนั้นขอกล่าวข้อข้องใจโดยอาศัยหลักของคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม และมโนสำนึกที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ข้อข้องใจพอสรุปได้ดังนี้ การที่ สคบ.จะตรวจสอบบริษัท ควรจะต้องมีการร้องเรียนจากกลุ่มสมาชิกหรือผู้ที่ได้รับผลเสียหายจากการใช้ ผลิตภัณฑ์ทางบริษัทหรือการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแบ่งผลตอบแทนตามที่ บริษัทแจ้งเอาไว้ และหาก สคบ.ได้รับร้องเรียนจริงก็จะต้องทำการสืบสวน ตรวจสอบในเชิงลึกว่าผู้เสียหายเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด หากมีผลกระทบสมาชิกส่วนใหญ่ก็อาจเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าเรื่องร้องเรียนมี มูลความจริง แต่ถ้าหากผลกระทบเกิดขึ้นกับสมาชิกส่วนน้อยก็ต้องหาเหตุต่อไป เช่น ใช้สินค้าไม่ได้ผลเพราะอะไร ใช้ถูกวิธีไหม และทาง สคบ.ควรแจ้งให้บริษัทเข้าไปดูแลและทำความเข้าใจไม่ใช่สั่งปิดหรือเพิกถอนใบ อนุญาติซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
มาถึงวันนี้ เป็นเวลา 8 วัน ทาง สคบ.และ DSI ยังไม่มีข้อชี้แจง ข้อข้องใจ ให้สังคมได้รับรู้ว่าการกระทำดังกล่าวทำไปเพราะเกิดจากความลุแก่อำนาจหรือทำ ไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่แสดงตัวว่าเป็นที่พึ่ง ของประชาชน จะพึงกระทำ ซึ่งเราขอให้เป็นประการหลัง เพราะอย่างน้อยประชาชนอย่างเรา ๆ ยังพอได้อุ่นใจว่ายังมีหน่วยงานรัฐให้เราพึงพาได้ และสิ่งที่ สคบ.และ DSI ควรจะออกมาชี้แจงให้สังคมรับรู้ ก่อนที่ความศรัทธาและความไว้วางใจในหน่วยงานของท่านจะเสื่อมไป คือ
1.ใครเป็นผู้ร้องเรียนทางบริษัท และร้องเรียนเรื่องอะไร
2.คนที่ร้องเรียนหรือผู้ที่เสียหายที่เกิดจากทางบริษัท มีจำนวนเท่าไหร่ และเกิดความเสียหายจากอะไร และทางบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบต่อคนกลุ่มนี้ไหม
3.ความมั่นคงของทางบริษัทมีมากน้อยเพียงใด
4.ข้อมูลทั้งหมดของบริษัท
ตั้งแต่การผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าในแต่ละเดือน กลุ่มสมาชิกที่ใช้สินค้า และข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดที่สมาชิกและสังคมควรรับรู้ ข้อมูลเหล่านี้ทาง สคบ.และ DSI ควรมีก่อนที่จะทำการตัดสินใจปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาติทางบริษัท แต่วันนี้ทางสมาชิกปูแดงและสังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งยังผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง พอสรุปความเสียหายได้ 3 ประเด็นหลัก คือ
1. สมาชิกภาคส่วนการเกษตรขาดสินค้าที่ดี ที่ไว้วางใจ ไว้ใช้งาน ซึ่งอาจมีผลต่อผลิตที่จะได้รับในแต่ละปี
2. สมาชิกที่เป็นนักธุรกิจอิสระซึ่งมีรายได้จากการกระจายสินค้าและองค์ความรู้ เข้าไปดูแลปัญหา อีกทั้งยังเป็นตัวกลางประสานความรู้ให้พี่น้องในภาคการเกษตร ซึ่งรายได้จะได้รับจากบริษัทที่มีการกระจายสินค้าเพิ่มขึ้นต้องขาดรายได้ หรือพูดง่าย ๆ คือตกงาน
3.ในการกระจายสินค้า สมาชิกเมื่อเห็นว่าใช้ดีก็จะบอกต่อไปยังคนที่รัก เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติสนิท เพื่อนฝูง แต่ในการกระทำของ สคบ.และ DSI ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ของคนที่เรารักและรักเรา ทำให้ดูเหมือนว่าเราเป็นคนหลอกลวง นำสินค้าไม่ดีไปให้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นในข้อนี้ประเมินค่าไม่ได้
หากทาง สคบ.และ DSI ยังเพิกเฉยมิยอมชี้แจงข้อข้องใจหรือยังดื้อดึง ระงับไม่ให้ทางบริษัทดำเนินการได้ตามปกติ สมาชิกปูแดงที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายทุกคนจะแจ้งความเรียกร้องค่า เสียหายที่เกิดขึ้น ณ.เวลานี้ประชาชนคนรากหญ้า คนทำมาหากิน เดือดร้อน กันมาก อยากให้ผู้มีใจรักความเป็นธรรม ช่วยตรวจสอบ ด้วย
วันที่ตั้งกระทู้ 28/1/2553 16:16:45
มีการเปิดแล้ว 247 ครั้ง เจ้าของกระทู้ ทนายคลายทุกข์
ความคิดเห็นที่ 14
ชาวนา , 28 มกราคม 2553 10:17
เดี่ยวนี้นวตกรรมของเกษตรกรเขาไปถึงไหนแล้ว สคบ. dsi โครตมั่ว ลองไปถามชาวบ้านที่เขาใช้ก่อน ว่าปลดหนี้ปลดสินได้ไหมบางคนใช้แล้วปลดได้เป็นล้านๆๆๆก็มี
ความคิดเห็นที่ 13 เบื่อคนขายชาติ , 27 มกราคม 2553 20:00
ผมอยากให้ทาง DSI และ สคบ นั้นได้คิดกันสักนิดนะว่าจมูกของพวกทานมีอะไรแขวอยู่หรือป่าว ถ้าไม่มีก็คงต้องเป็นกลางนะ (ถ้างั้นบริษัททั้งหมดที่เป็นขายตรงต้องถูกปิด) สมอง.......................
ความคิดเห็นที่ 12
คนเดช , 27 มกราคม 2553 12:32
จริงจริงแล้ว * สคบ.ควรคุยกันดีดีหรือแจ้งเตือน บ.เบทส์ 59 ก่อนทำงานไปตามขั้นตอนสิคุณ ไม่จำเป็นต้องประสานกับ DSI เลย เอ้อ ถ้า บ.ไม่ได้ทำตามเงื่อนไขก็ค่อยบุกจับสิ นิอะไร DSI คงอยากได้หน้ามากคิดว่าใหย่แล้วทำไรได้ละสิ พอโดนตอบโต้กลับพูดไม่ตรงประเด็นอ้อมแม่น้ำทั้ง5ข้อมูลขายตรงยังไม่รู้เรื่องจริงทำเป็นพูดโดยเฉพาะ * หน้าตายปิยะวัด กิ่งเกต หัดคิดก่อนพูดบ้าง ตำแหน่งสูลเสียป่าว55
ความคิดเห็นที่ 11 คนรักปูแดง , 26 มกราคม 2553 15:49
สคบ และ dsi ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใช้ปูแดง ก็ไม่เห็นว่าจะเดือดร้อนอะไรกับปูแดง สินค้าเขาก็ดี ไปซื้อทีไรก็ได้ของมาทุกครั้ง ไม่เห็นมีใครมาหลอก เห็นศุนย์ปูแดงที่อยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เห็นเขาขายดีอาทิตย์หนึ่งก็เห็นรถ 10 ล้อมาส่งเอาๆ ไม่ทราบเขาจะเป็นแชร์ลูกโซ่ตรงไหน เพราะสินค้าเขาขายดีจริงๆ เพราะสินค้าเขาขายดีเขาถึงมีเงินจ่ายสมาชิกเขา กรุณาตรวจสอบก่อนค่อยมาจับเขา ประเทศชาติจะได้เจริญ
ความคิดเห็นที่ 10 สมาชิกปูแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:39
ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง เรียนไม่สูง เหมือนพวกใส่สูท เป็นลูกคนยากจน แต่มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ ชาติ ที่ตัวเองอาศัยอยู่ มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ เกษตรกร กระดูกสันหลังของชาติ ให้ได้มีโอกาสเงยหน้ามาดูท้องฟ้า ได้อยู่ดี กินดี มีเงินมาใช้หนี้ สมาชิกในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัว ไม่ต้องกระจัดกระจาย กันไปทำมาหากินคนละทิศคนละทาง พวกท่านที่กำกฎหมายอยู่ในมือ ขอให้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ต่างชาติเขาดูถูกกฎหมายไทยมานานแล้วว่าไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อถือไม่ได้ อย่าให้คนไทยด้วยกันต้องมีความรู้สึก เกลียดกฎหมายไทย ไปอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่มีความสามารถรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็ให้อยู่เฉย ๆ ดีกว่า อย่าคิดทำลายคนไทย ประเทศไทย เดี๋ยวไม่มีแผ่นดินจะอยู่ สงสารรุ่น ลูกหลาน ของท่านบ้าง เขาต้องมารับกรรม
ความคิดเห็นที่ 9 คนเครือข่าย , 26 มกราคม 2553 15:34
dsi สคบ ท่านบอกปูแดงผิดเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แต่ท่านยังไม่ตรวจสอบเลยว่า จริงๆแล้วเงินปันผลที่เขาจ่ายสมาชิก ได้มาจากที่ใด แต่ท่านจับเขาก่อนแล้วค่อยมาตรวจสอบ ท่าน สคบ ออกข่าวทางข่าวออนไลน์ท่านก็ยังตอบไม่ได้ว่าปูแดงเขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน น่าอายเหลือเกิน แต่คนที่ทำธุรกิจปูแดงเขาจะรู้ ว่าเงินที่เขาจ่ายไปเขาได้ของมา และเขาใช้ดีได้ผลกับพืชของเขา เขาก็ซื้อซ้ำ รหัสถึงได้มีเป็นล้าน ถ้าใช้ไม่ดีเขาจะเสียเงินไปทำไม หรือจะให้เเอไปถมที่ เพราะดินมันเสื่อมจากการใช้เคมีมากี่ 10 ปีแล้วท่าน
ความคิดเห็นที่ 7 คนกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:22
ถ้าท่าน สคบ และ dsi ไม่สามารถช่วยคนไทยได้ ก็ขอให้อยู่เฉย ๆ อย่าคิดทำร้ายเกษตรกรไทย ผู้ยากจน และตกทุกข์ มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆๆ
ความคิดเห็นที่ 6 คนเขาพระวิหาร , 26 มกราคม 2553 15:16
ดร.วิชาญ จำปาขาว อ.ธนาพัท กิจใบ ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง บุคคล 3 ท่านนี้ คือผุ้ที่จะพลิกชะตาชีวิตเกษตรกร ของประเทศไทย ให้อยู่ดี กินดี มีเงินใช้หนี้ ประเทศไทย จะแข็งแรง
ความคิดเห็นที่ 5 somjit , 26 มกราคม 2553 14:44
ขอร้องเรียนบ้าง ล๊อตเตอรรี่ ขายเกินราคา ขอให้ปิดกองสลากไปเลย กล้าหรือเปล่าล่ะ
ความคิดเห็นที่ 4 somjit , 26 มกราคม 2553 14:40
ไม่น่าจะมีหรอกครับ และที่อ้างว่ามีผู้เสียหายร้องเรียน ก็ไม่มีอีกเช่นกัน เพราะสินค้าใช้แล้วได้ผลจริง ขนาดโดนแบบนี้ ยังมีสมาชิกมาขอซื้ออยู่เสมอ ข้าราชการประจำที่มาทำกับปูแดงมีมากมาย คนระดับนี้คงไปหลอกเขาไม่ได้แน่นอน อยากให้ปิดบริษัทอื่นด้วย โดยให้ทำเหมือนกับทำที่ปูแดง อยากจะรู้ว่า สคบ.และdsi จะกล้าทำหรือไม่
ความคิดเห็นที่ 3
วิช กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 14:14
ท่านทั้ง 3 สู้ๆครับ เราชาวกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ พร้อมสู้เพื่อความถูกต้อง และต้องเป็นธรรม ใช่ไหมพี่น้องปูแดง
ความคืบหน้า...ปูแดงไคโตซาน (วงใน)
วันนี้ ประธานบริษัทท่านสมปอง แซ่ตั้ง ดร.วิชาญ จำปาขาว และคุณ ธนพัทธ์ กิจใบ... และ 3 ผู้บริหารใหญ่ของเบทส์ 59 ได้เข้าหารือ( ไม่ใช่มอบตัว ) กับคณะผู้บริหาร DSI
โดนเนื้อหาใจความ โดยสรุป ไม่มีการเอาความผิด โดยอ้างเหตุผลว่า กฏหมายธุรกิจขายตรง และแซ่ลูกโซ่กำกึ่งกันโดยการดำเนินการก็ทำไปตามขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความกระทบกระเทือนทั้งสองฝ่ายทั้งนี้
ทาง DSI มีสองขอที่ขอร้องทางบริษัท.
1.อย่าแจ้งความกลับ
2.อย่าชุมนุมเรียกร้อง
หลังจากนี้ต่อไปก็จะเป็นขั้นตอนการยืนคำร้อง อุธร และทำตามระบบต่อไป ทั้งนี้ ท่านประธาน แจ้งว่าไม่เกิน 2 เดือนทุกอย่างจะกลับมาเหมือนเดิม และต้องดียิ่งใหญ่กว่าเดิม เรื่องความเสียหายของสมาชิก กำลังอยู่ในช่วงการประชุมสรุป แต่แน่ๆ ท่านประธานไม่ทิ้งนักธุรกิจและเกษตรกร
ขอขอบคุณน้าทอม ที่ทำให้เว็บนี้เสนอความจริง ทั้งก่อนหน้าที่อาจจะมีคนสมน้ำหน้า และวันนี้เราทำได้แล้ว ความมุ่งมั่นปรารถนาดีต่อ นักธุรกิจ และเกษตรกร โดยไม่ได้ทำเป็นแบบระดมทุนอย่างที่คนอื่นคิด คุณหาได้ที่ท่านประธาน สมปอง แซ่ตั้ง ปูแดงไคโตซาน.....มีบริษัทอื่นอีกใหม่ที่เจ้าของทำเพื่อนักธุรกิจ เคยเห็นแต่ทำเพื่อตัวเอง.................