จากสองบทความที่ผ่านมา ทำให้ทราบถึงความหมายและความสำคัญของการทำ SEO ไปแล้ว ในบทความนี้ เราจะเริ่มทำความรู้จักกับพระเอกของ SEO คือ Search Engine นั่นเอง
Search Engine (อ่านว่า เสิร์ชเอ็นจิ้น) คือ เครื่องมือสำหรับค้นหาข้อมูลที่อยู่บนอินเตอร์เน็ต ด้วยคำค้นต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลนั้นอาจอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์ ไฟล์เอกสาร ไฟล์รูปภาพ สื่อมัลติมีเดีย
ไฟล์บีบอัด และรูปแบบอื่น ๆ ที่สามารถบันทึกเป็นเอกสารออนไลน์ได้ ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Search Engine มีดังนี้
•http://www.google.com
•http://www.live.com
•http://www.yahoo.com
•http://www.baidu.com
•http://www.ask.com
กระบวนการทำงานของ Search Engineโดยปกติแล้ว Search Engine จะมีเครื่องมือที่ชื่อว่า Robot (หุ่นยนต์) ในการสืบค้นเว็บไซต์ต่าง ๆ เพื่อนำมาจัดเก็บในระบบฐานข้อมูลด้วยการทำ Index โดย Robot จะเดินทางจากเว็บหนึ่ง ไปอีกเว็บหนึ่งผ่าน Hyperlink ที่มีอยู่ในเว็บไซต์นั้นๆ
การเรียงลำดับผลลัพธ์จากการค้นหาSearch Engine มีอัลกอลิธึ่มในการจัดลำดับผลลัพธ์การค้นหาแตกต่างกันไป ซึ่งโดยปกติแล้วส่วนมากจะเรียงจากความสัมพันธ์กับคำค้นที่ใช้ค้นหา และมีปัจจัยอื่น ๆ อีก เช่น ประเทศ ภาษา ขนาดของไฟล์ จำนวนผู้เข้าชม ความถี่ในการอัพเดทข้อมูล จำนวนลิงค์ เป็นต้น
ในวันนี้เราได้รู้จักพระเอกของการทำ SEO คือ Search Engine กันแล้วนะครับ ในบทความต่อไปผมจะมาเขียนเรื่องของพระรองบ้าง พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ
ศัพท์น่ารู้
•Robot = หุ่นยนต์ ในที่นี้หมายถึงหุ่นยนต์ที่เป็นเครื่องมือของ Search Engine ใช้ติดตามข้อมูลต่าง ๆ สำหรับจัดเก็บในระบบฐานข้อมูล
•Index = การรวบรวมข้อมูล และจัดเก็บสำหรับการสืบค้น
•Hyperlink = การเชื่อมโยงหลายมิติ หรือ เส้นทางการเดินทางของข้อมูลจาหน้าหนึ่งไปอีกหน้าหนึ่ง
ปูแดง,ปูแดง168,ปูแดงไคโตซาน,ปุ๋ยปูแดง,ไคโตซาน,ไคโตซานพืช,ไคโตซานสัตว์,อินทรีย์ปูแดง,สมุนไพรปูแดง,ผงชูรสปูแดง,Poodang,Kitozan,สารไคโตซาน,ตัวแทนจำหน่ายปูแดง,เกษตรปลอดสารพิษ,เกษตรชีวภาพ,ธุรกิจเกษตร,พืชโตไว,เพิ่มผลผลิต,ป้องกันโรค,ป้องกันแมลง,สารปรังปรุงดิน,ชาวสวนไร่นา,ลดปุ๋ย,โอกาสทางธุรกิจ,mlm,ขายตรง,รายได้เสริม,รายได้พิเศษ,ธุรกิจเครือข่าย โทรปรึกษาฟรี 083-0340025
วันศุกร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2552
What is Web Directory ? (Web Directory คือ อะไร ?)
จากบทความที่แล้วผมได้เกริ่นเกี่ยวกับคำถามว่าพระรองของการทำ SEO คือใคร ในบทความนี้เราจะมาเฉลยพร้อม ๆ กันครับ
Web Directory (เว็บไดเรคทอรี่) หรือ Directories บางทีเรียกว่า Link Directory คือ ระบบที่เก็บรวบรวมเว็บไซต์ไว้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มออกเป็นหมวดหมู่ย่อย ๆ ได้ด้วย เว็บที่ถูกบันทึกในแต่ละกลุ่ม จะต้องมีหัวเรื่องหรือเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน เว็บไดเรคทอรี่บางแห่งทำหน้าที่เป็น Search Engine ในตัวเองด้วย บางแห่งมีฟังก์ชั่นให้โหวตหาคะแนนนิยมของเว็บเพื่อจัดอันดับ
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Web Directory มีดังนี้
- http://www.dmoz.org/
- http://www.directory-index.net/
การเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ (Add URL)
ในอดีตการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ สามารถทำได้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันการที่มี Link อยู่ในเว็บไดเรคทอรี่ดี ๆ หลายที่ถือว่าเป็นผลดีกับการทำ SEO จึงทำให้การเพิ่มชื่อ
เว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.Free Submission คือ Web Directory ที่ยอมให้เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี!)
2.Reciprocal Link คือ Web Directory ที่ต้องทำ Link กลับมาก่อนจึงจะสามารถเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลได้
3.Paid Submissions คือ Web Directory ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ฐานข้อมูลเว็บไดเรคทอรี่
แม้ว่าปัจจุบันเว็บไซต์ไดเรคทอรี่ ถูกลดบทบาทและความสำคัญจาก Search Engine อันเนื่องมาจากความไม่เท่าเทียมกันจากการ ซื้อ - ขาย Links แต่ Backlinks ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO อยู่ดี
พิมพ์มาจนจบ สุดท้ายขอเฉลยว่า พระรองของการทำ SEO คือ การเพิ่มชื่อเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้น เข้าไปสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory นั่นเองครับ
ศัพท์น่ารู้
•Backlinks คือ Links ที่เชื่อมโยงเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity
•ODP ย่อมาจาก The Open Directory Project คือ Web Directory ที่พัฒนาขึ้นโดย Netscape โดยมากรู้จักกันในชื่อ DMOZ (Directory.MOZilla.org)
Web Directory (เว็บไดเรคทอรี่) หรือ Directories บางทีเรียกว่า Link Directory คือ ระบบที่เก็บรวบรวมเว็บไซต์ไว้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งสามารถแบ่งกลุ่มออกเป็นหมวดหมู่ย่อย ๆ ได้ด้วย เว็บที่ถูกบันทึกในแต่ละกลุ่ม จะต้องมีหัวเรื่องหรือเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน เว็บไดเรคทอรี่บางแห่งทำหน้าที่เป็น Search Engine ในตัวเองด้วย บางแห่งมีฟังก์ชั่นให้โหวตหาคะแนนนิยมของเว็บเพื่อจัดอันดับ
ตัวอย่างเว็บไซต์ที่มีลักษณะเป็น Web Directory มีดังนี้
- http://www.dmoz.org/
- http://www.directory-index.net/
การเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ (Add URL)
ในอดีตการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่เว็บไดเรคทอรี่ สามารถทำได้ ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย แต่ปัจจุบันการที่มี Link อยู่ในเว็บไดเรคทอรี่ดี ๆ หลายที่ถือว่าเป็นผลดีกับการทำ SEO จึงทำให้การเพิ่มชื่อ
เว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory ถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ดังนี้
1.Free Submission คือ Web Directory ที่ยอมให้เพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลโดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ฟรี!)
2.Reciprocal Link คือ Web Directory ที่ต้องทำ Link กลับมาก่อนจึงจะสามารถเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ระบบฐานข้อมูลได้
3.Paid Submissions คือ Web Directory ที่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในการเพิ่มชื่อเว็บไซต์เข้าสู่ฐานข้อมูลเว็บไดเรคทอรี่
แม้ว่าปัจจุบันเว็บไซต์ไดเรคทอรี่ ถูกลดบทบาทและความสำคัญจาก Search Engine อันเนื่องมาจากความไม่เท่าเทียมกันจากการ ซื้อ - ขาย Links แต่ Backlinks ก็ยังเป็นหัวใจสำคัญในการทำ SEO อยู่ดี
พิมพ์มาจนจบ สุดท้ายขอเฉลยว่า พระรองของการทำ SEO คือ การเพิ่มชื่อเว็บไซต์ที่พัฒนาขึ้น เข้าไปสู่ระบบฐานข้อมูลของ Web Directory นั่นเองครับ
ศัพท์น่ารู้
•Backlinks คือ Links ที่เชื่อมโยงเข้ามาที่เว็บไซต์ของเรา บางครั้งเรียกว่า Incoming Links หรือ Link Popularity
•ODP ย่อมาจาก The Open Directory Project คือ Web Directory ที่พัฒนาขึ้นโดย Netscape โดยมากรู้จักกันในชื่อ DMOZ (Directory.MOZilla.org)
การแบ่งประเภทของการทำ SEO
ยินดีต้อนรับกลับเข้าสู่ห้องเรียนพื้นฐาน SEO อีกครั้งครับ หลังจากได้รู้จักคำนิยามต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำ SEO กันไปพอสมควรแล้ว บทความนี้เราจะจำแนกประเภทการทำ SEO กันครับ การทำ SEO ถูกจำแนกออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ ดังนี้
White Hat SEO (SEO หมวกสีขาว)
การทำ SEO ประเภท White Hat คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO โดยยึดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ Search Engine หลาย ๆ ค่ายแนะนำไว้ ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำ Hidden text หรือ Hidden Links
- หลีกเลี่ยงการทำ Doorway
- ไม่ทำ Spam Keyword
- ไม่ทำ Duplicate Content
- ไม่ทำ Cloaking หรือ Sneaky Redirects
Black Hat SEO (SEO หมวกสีดำ)
การทำ SEO ประเภท Black Hat คือ การทำ SEO โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้ประโยชน์ทาง SEO โดยไม่สนใจถึงความเหมาะสม ตามลักษณะที่ตรงข้ามกับการทำ White Hat SEO ทุกประการ (ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง)
นอกจากหมวกขาวและหมวกดำแล้ว ในปัจจุบันยังมีการแบ่งประเภทแบบไม่เป็นทางการอีก 1 ประเภท คือ Gray Hat SEO (SEO หมวกสีเทา) ที่ทำ SEO แบบกึ่งหมวกขาวและหมวกดำ
ตัวอย่างเช่น การทำ Spam Keyword โดยการแต่งประโยคที่มี Keyword อยู่ในประโยคมาก ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ Black Hat SEO จะได้ผลเร็ว แต่ก็มักจะได้ผลแค่ระยะสั้น ๆ จึงขอสนับสนุนให้นัก SEO ทุกท่านทำเว็บด้วย White Hat SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวครับ
ศัพท์น่ารู้
•Hidden Text คือ การซ่อนข้อความ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การทำสีตัวอักษรกับสีพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน
•Hidden Links คือ การซ่อนลิงค์ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การใช้ style=”display:none” ครอบแท็กของ Hyperlinks
•Spam Keyword คือ การทำหน้าเว็บที่มีแต่ Keyword มากมาย•Duplicate Content คือ การคัดลอกหน้าเว็บให้เหมือนกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของเว็บแบบไม่มีคุณภาพ
•Doorway คือ การส่ง Robot ของ Search Engine ไปในหน้าที่มีแต่ Keyword ก่อนแสดงผลหน้าเว็บที่มีเนื้อหา
•Cloaking คือ การทำหน้าเว็บที่แสดงผลแตกต่างกัน เมื่อถูกเรียกโดย Robot ของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บทั่ว ๆ ไป (แสดงผลให้คนอย่างหนึ่ง ให้บอทอย่างหนึ่ง)
•Sneaky Redirects คือ การเปลี่ยนการแสดงผลจากหน้าหนึ่ง ไปอีกหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว
White Hat SEO (SEO หมวกสีขาว)
การทำ SEO ประเภท White Hat คือ การทำเว็บคุณภาพ และทำ SEO โดยยึดแนวปฏิบัติต่าง ๆ ที่ Search Engine หลาย ๆ ค่ายแนะนำไว้ ซึ่งควรมีลักษณะดังนี้
- หลีกเลี่ยงการทำ Hidden text หรือ Hidden Links
- หลีกเลี่ยงการทำ Doorway
- ไม่ทำ Spam Keyword
- ไม่ทำ Duplicate Content
- ไม่ทำ Cloaking หรือ Sneaky Redirects
Black Hat SEO (SEO หมวกสีดำ)
การทำ SEO ประเภท Black Hat คือ การทำ SEO โดยใช้เทคนิคต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปตามแนวปฏิบัติเพื่อให้ได้ประโยชน์ทาง SEO โดยไม่สนใจถึงความเหมาะสม ตามลักษณะที่ตรงข้ามกับการทำ White Hat SEO ทุกประการ (ไม่แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง)
นอกจากหมวกขาวและหมวกดำแล้ว ในปัจจุบันยังมีการแบ่งประเภทแบบไม่เป็นทางการอีก 1 ประเภท คือ Gray Hat SEO (SEO หมวกสีเทา) ที่ทำ SEO แบบกึ่งหมวกขาวและหมวกดำ
ตัวอย่างเช่น การทำ Spam Keyword โดยการแต่งประโยคที่มี Keyword อยู่ในประโยคมาก ๆ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการทำ Black Hat SEO จะได้ผลเร็ว แต่ก็มักจะได้ผลแค่ระยะสั้น ๆ จึงขอสนับสนุนให้นัก SEO ทุกท่านทำเว็บด้วย White Hat SEO เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาวครับ
ศัพท์น่ารู้
•Hidden Text คือ การซ่อนข้อความ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การทำสีตัวอักษรกับสีพื้นหลังเป็นสีเดียวกัน
•Hidden Links คือ การซ่อนลิงค์ ไม่ให้เห็นโดยมนุษย์แต่สามารถเห็นได้โดย Robot ของ Search Engine เช่น การใช้ style=”display:none” ครอบแท็กของ Hyperlinks
•Spam Keyword คือ การทำหน้าเว็บที่มีแต่ Keyword มากมาย•Duplicate Content คือ การคัดลอกหน้าเว็บให้เหมือนกัน เพื่อเพิ่มจำนวนหน้าของเว็บแบบไม่มีคุณภาพ
•Doorway คือ การส่ง Robot ของ Search Engine ไปในหน้าที่มีแต่ Keyword ก่อนแสดงผลหน้าเว็บที่มีเนื้อหา
•Cloaking คือ การทำหน้าเว็บที่แสดงผลแตกต่างกัน เมื่อถูกเรียกโดย Robot ของ Search Engine และผู้เข้าชมเว็บทั่ว ๆ ไป (แสดงผลให้คนอย่างหนึ่ง ให้บอทอย่างหนึ่ง)
•Sneaky Redirects คือ การเปลี่ยนการแสดงผลจากหน้าหนึ่ง ไปอีกหน้าหนึ่งอย่างรวดเร็ว
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)