วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

สรุปเงินสี่ด้าน-จากหนังสือ พ่อรวย สอนลูก RichDad PoorDad

อิสรภาพทางความคิด - สิ่งนี้ที่คุณเริ่มได้
อิสรภาพทางด้านเวลา และอิสภาพทางด้านการเงินเป็นสิ่งที่มีค่า และน้อยคนนัก
ที่จะได้ทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน โดยพิจารณาจากกล่มคน 4 ประเภทดังนี้

สรุปเงินสี่ด้าน - จากหนังสือ พ่อรวย สอนลูก RichDad PoorDad

E S B I คุณเป็นคนประเภทไหน ??

E (Employee) - ลูกจ้าง
- รับค่าตอบแทนเป็นเงินเดือน
- รายได้ตามตำแหน่งงานที่ได้รับมอบหมาย
- นายจ้างเป็นผู้กำหนดวิถีชีวิตและเงินเดือนให้คุณ
- ขาดอิสรภาพ ต้องเซ็นต์ชื่อ ตอกบัตร
- ตกงานเท่ากับล้มละลาย
(ตกงาน 3 เดือน ไม่ต่างจากคนล้มละลาย)
- อยู่ในวงจรหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ฯลฯ
B (Business Owner) - เจ้าของธุรกิจ
- มีทุน
- หาคนเก่งๆ มาทำงานให้
- ไม่ทำก็มีรายได้
B มีหลายประเภท
- บริษัท
- แฟรนไซน์
- การตลาดแบบเครือข่าย (เป็นช่องทางที่จะเป็น
เจ้าของกิจการ ที่มีความเสี่ยงน้อย)
S (Self-employed) - ทำธุรกิจส่วนตัว
- ขายเวลาแลกกับเงิน จ้างตัวเองทำงาน
- ชอบคิดเองทำเอง, ควบคุมทุกอย่างด้วยตัวเอง
- ขาดประสบการณ์
- เจอคู่แข่งที่มีทุนหนากว่า
- อาจจะทนทำ เพราะชอบ อิสระ แต่ไม่มี อิสรภาพ

I (Investor) - นักลงทุน
- ไม่ได้ทำงานเพื่อเงิน
- มองผลตอบแทนจากการปันผล ดอกเบี้ย
- ซื้อกิจการมาปรับปรุง แล้วขายต่อ
คนฝั่งซ้าย
คนฝั่งขวา
มี ความกลัว เป็นตัวขับเคลื่อน มี ความฝัน (ความใฝ่ฝัน) เป็นตัวขับเคลื่อน
ยึดติดกับงานประจำ พยายามสร้างงาน
รายได้จำกัด รายได้ไม่จำกัด
ไม่มีเป้าหมายในชีวิต มีเป้าหมายชัดเจน
มองเห็นอุปสรรค มองเห็นโอกาส
ไม่เข้าใจคำว่า ทรัพย์สิน หนี้สิน เข้าใจคำว่าทรัพย์สิน - หนี้สิน
ทำงานเพื่อเงิน ใช้เงินทำงาน
คิดถึงความเสี่ยง คิดถึงความน่าเสี่ยง
ยึดติดกับสิ่งเก่า เรียนรู้สิ่งใหม่
ไม่มีแผนงาน มีแผนงานชัดเจน
ดำเนินชีวิตด้วยตัวเอง มีที่ปรึกษา
ชอบออกความเห็น ชอบหาความจริง
ชอบมีเงินสดเยอะๆ ชอบมี กระแสเงินสด สม่ำเสมอ
ชอบแสดงตัวว่าเก่ง ชอบมองหาคนเก่ง
ชอบวิธีการ ชอบวิธีคิด
ชอบการเฉลี่ย (ขจัดความเสี่ยง) ชองการจดจ่อ (Focus)
ถูกระบบความคุม ความคุมระบบ
เป็นส่วนหนึ่งของระบบ เป็นเจ้าของระบบ
เรียนเพื่อประกาศนียบัตร เรียนเพื่อหาความรู้
ทำงานเพื่อคนอื่น สร้างงานเพื่อคนอื่น
อยากทำบุญแต่ไม่มีงบ ทำบุญทุกครั้งที่มีโอกาส

แล้วคุณเลือกอยู่ฝั่งไหน ??????

งานประจำ ไม่ทำให้ร่ำรวยได้ มีแต่หนี้ ถ้าต้องการความสำเร็จ

ต้องเป็นเจ้าของธุรกิจ ธุรกิจมี 2 ประเภท คือ รวยแต่หยุดทำไม่ได้

กับรวยแล้วพักได้โดยรายได้ไม่หยุด

1. กิจการใหญ่ (ซีพี , AIS)
2. เจ้าของแฟรนไชส์ (แมคโดนัลด์ , 7-11)
3. ธุรกิจเครือข่าย

- การตลาดเครือข่าย เป็นเสมือนโรงเรียนสอนนักธุรกิจ

ที่ช่วยให้คุณย้ายฝั่งได้ง่าย ได้ผล และปลอดภัยที่สุด

- บริษัทเครือข่ายการตลาดที่ดีจะต้องมีระบบพัฒนาตัวคุณอย่างสมบูรณ์แบบ

(โดยสอนให้คุณเป็นนักธุรกิจ เพื่อเป็นเจ้าของธุรกิจ ไม่ใช่สอนให้คุณเป็นเซลส์แมน

หรือเพียงทำให้คุณมีรายได้ไปวันๆ บนความมั่นคงที่ไม่แน่นอน)

คนที่รวยที่สุดในโลกล้วนแสวงหา การสร้างเครือข่าย ในขณะที่ผู้คนส่วนใหญ่

กำลังหางานทำ หากคุณมีความคิดสร้างสรรอันยิ่งใหญ่

หรือสินค้าอันดีเยี่ยมปานใดก็ตาม มีเพียงหนทางเดียวที่จะนำท่านสู่ความสำเร็จ

คือ การใช้เครือข่ายการประชาสัมพันธ์ และเครือข่ายการ

จัดจำหน่ายสินค้า เหล่านั้นสู่มือผู้บริโภคอย่างได้ผล

วันพุธที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ธุรกิจเครือข่าย กับ แชร์ลูกโซ่

ธุรกิจเครือข่าย กับ แชร์ลูกโซ่
โดย ชาญวิทย์ จตุวีรพงษ์ เมื่อ 2009-03-02 11:24:14

ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ ธุรกิจที่จะได้รับความสนใจ และมีแรงกระตุ้น นัยว่าจะเป็นแสงสว่างที่ปลายอุโมง คงไม่หนีไปจากธุรกิจเครือข่าย ไม่ว่าจะชั้นเดียว หลายชั้น สองขา สี่ขา หรืออะไรก็ตาม ด้วยเหตุผลหลักเลยคือ ลงทุนน้อย ได้ผลตอบแทนตามความทุ่มเท ที่ให้ลงไป

แต่ในความสว่าง ก็มีความมืด ถ้าคุณไม่รู้จักความมืด จะรู้ได้อย่างไรว่ามันสว่าง พวกมิฉาชีพที่แทรกตัวอยู่ในวงการเหล่านี้ ก็จะฉวยโอกาสนี้ ดันแชร์ลูกโซ่ เข้าไป บางคนตัวเองพลาดไปร่วมด้วยแล้ว ก็เลยเอาละหลอกคนอื่นต่อ คงมีคนพลาดเหมือนเรา แต่บางคนไม่รู้เลยว่าตัวเองพลาดไปร่วมวงแชร์ลูกโซ่ ก็เลยทุ่มเท หาสายงานยังกับถูกล้างสมองมาว่ามันดี

ขอให้มีสติไว้ คิดอยู่เสมอว่า
อะไรที่มันดีเกินกว่าจะเป็นจริงได้มันหลอกลวง - Too Good to be TRUE is SCAM

ธุรกิจเครือข่าย ผลตอบแทนของคุณต้องมาจาก ยอดในทีมงานของคุณ การหาสายงานคือการสร้างทีมให้ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่มีรายได้หลักมาจากการหาสายงาน (ค่าหัวคิว) ยังไงเสียมันก็คืองานขาย ต้องมีใครสักคนที่ขายของ คุณไม่ขาย ทีมงานของคุณก็ต้องขาย มาดูเป็นข้อๆ ไปนะครับ

  1. ค่าสมัครสมาชิก - Membership Fee
    ต้องไม่สูง มันควรจะเป็นเพียงค่าดำเนินการ เช่นสัก 100-200 บาท นี่ก็ถือว่าใช้ได้แล้ว
  2. โบนัสจากการหาสายงาน - Referral Fee
    ข้อนี้ต้องดูหลายๆ อย่างประกอบ สำหรับบางบริษัทเขาใช้มันเป็นแผนการตลาด ที่จะสร้างเครือข่ายขนาดใหญ่ แต่บางบริษัทมันเหมือนค่าหัวคิว ตัวอย่างเช่น
    • ถ้าค่าสมัครสมาชิกในข้อ 1 คือ 100 บาท
    • ถ้าคุณแนะนำนาย ข. มาสมัคร คุณได้ไปเลย 50-60 บาท แบบนี้เรียกค่าหัวคิว
    • แต่ถ้าคุณแนะนำนาย ข. มาสมัคร คุณได้ 50-60 บาทเหมือนกัน แต่มีเงื่อนไขว่า คุณ+ทีมงานของคุณ ต้องมียอดขายรวมกัน 1500 บาท อย่างนี้ผมเรียกว่าแผนการตลาด
    • หรือถ้าคุณแนะนำนาย ข. มาสมัคร คุณได้ 10 บาท ผู้แนะนำของคุณได้อีก 10 บาท สูงขึ้นไปสัก 4-5 ชั้น อย่างนี้ผมก็ยังเรียกว่าแผนการตลาด แม้มันจะมีช่องโหว่ให้สร้างทีมแนวดิ่ง เพื่อกินค่าหัวคิวก็ตาม
  3. ค่าบริการรายเดือน - Monthly Fee
    จะให้ดี มันไม่ควรจะมี เว้นแต่บริษัทเขาให้บริการบางอย่างกับสมาชิก ที่มันมีค่าใช้จ่ายสูงเกินกว่าบริษัทจะให้ใช้บริการฟรีได้ สรุปว่า คุณต้องไม่เสียเงินให้เปล่ากับบริษัททุกๆ เดือน ไม่งั้นมันก็จะกลายเป็นว่า ผลตอบแทนที่คุณได้ ก็คือเงินของคุณ และทีมงานของคุณ มองหน้าทีมงานไม่ติดเปล่าๆ เหมือนหลอกเขามาสมัคร แล้วมาขอเก็บเงินจากเขาทุกๆ เดือน
  4. มาก่อนมาหลัง ไม่สำคัญ - Everyone can SUCCEED
    ต้องไม่มีสายแรก ต้องไม่มีคำว่ามาก่อนโอกาสดีกว่า ทุกคนโอกาสเท่ากัน ไม่งั้นคุณจะไปหาสายงานได้อย่างไร จะบอกเขาว่า คุณมีโอกาสดีกว่าเขาหรือ
  5. ใครทำใครได้ - Pay per Performance
    ต้องไม่มีเสือนอนกิน ธุรกิจเครือข่ายใครทำคนนั้นต้องได้ผลตอบแทน ถ้าจะเป็นเสือนอนกิน ก็ไปซื้อหุ้นด้อยสิทธิ์ในบริษัท จะถูกต้องกว่า

ธุรกิจเครือข่ายทุกตัว เจ้าของบริษัทคำนวนไว้หมดแล้วว่า เขาต้องจ่ายเท่าไร กี่เปอร์เซนต์จากยอดรายได้ของเขา ไม่ว่ามันจะใช้แผนการตลาดแบบใด ลองอ่านบทความเรื่อง ทำธุรกิจ MLM แล้วใครรวย ได้ในกลุ่มบทความ MLM นะครับ

มีคำถาม มีความเห็นต่าง หรืออยากเพิ่มเติมอะไร ก็เขียนเข้ามาได้ทางหน้า ถาม-ตอบ นะครับ

ที่มา : เขียนโดย นายชาญวิทย์ จตุวีรพงษ์ (MR.GETPAI

กระบวนการทำงานของธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM

กระบวนการทำงานของธุรกิจเครือข่ายหรือ MLM

1. เริ่มต้นคุณต้องสมัครเป็นสมาชิกของบริษัทก่อน เสียค่าสมัครมากน้อยตามเงื่อนไขของบริษัทนั้น ๆ

2. เมื่อคุณสมัครและเสียค่าสมัครสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บางบริษัทต้องซื้อสินค้าก่อน ถึงจะได้รับค่าคอมมิชมั่น

3. เมื่อคุณซื้อใช้สินค้าหรือบริการแล้ว นำมาใช้ ใช้ดีแล้วบอกต่อ หรือแนะนำผู้อื่นให้มาเป็นผู้บริโภคในเครือข่าย

4. ต้องแยกให้ออกนะครับธุรกิจเครือข่ายกับลูกโซ่ บางทีมันอาจจะคล้าย ๆ กัน ดูความแตกต่างระหว่างธุรกิจเครือข่ายและลูกโซ่

5. คุณต้องใช้ความอดทน+ความขยัน+เรียนรู้มากๆ ไม่ท้อนะครับ ความสำเร้จมันขึ้นอยู่กับตัวคุณเองและทีมงานของคุณนี่แหละ