ก่อน“คำว่าขาย”
ให้...ข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า
ให้...การบริการ
ให้...เอกสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง
ให้...ส่วนลดพิเศษ
ให้...อภิสิทธิ์
ให้...ทดลองใช้
ให้...สินค้าที่มีคุณภาพ
ให้...โอกาส ลูกค้าตัดสินใจ
ให้...ความจริงใจ
ให้...ประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ
ให้...เวลากับลูกค้า
ให้...ลูกค้าเห็นว่า เราคือส่วนหนึ่งของความสำเร็จ
ให้...ความเป็นกันเอง สร้างความสนิทสนม
ให้...ความช่วยเหลือ
ปัญหาของนักขาย
1.ปัญหาทางด้านร่างกาย
2.โมโหง่ายไม่มีความอดทน
3.อ่านความคิดของลูกค้าไม่ถูกต้อง
4.รู้ไม่ละเอียดเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์
5.ไม่มีการนัดหมายของลูกค้า
6.สื่อสารไม่ดีกับลูกค้า
7.ไม่หาความรู้เพิ่มเติม
8.ไม่มีการวางแผนที่ดี
9.ไม่รู้จักการให้
10.ไม่พัฒนาบุคลิกภาพ
ปูแดง,ปูแดง168,ปูแดงไคโตซาน,ปุ๋ยปูแดง,ไคโตซาน,ไคโตซานพืช,ไคโตซานสัตว์,อินทรีย์ปูแดง,สมุนไพรปูแดง,ผงชูรสปูแดง,Poodang,Kitozan,สารไคโตซาน,ตัวแทนจำหน่ายปูแดง,เกษตรปลอดสารพิษ,เกษตรชีวภาพ,ธุรกิจเกษตร,พืชโตไว,เพิ่มผลผลิต,ป้องกันโรค,ป้องกันแมลง,สารปรังปรุงดิน,ชาวสวนไร่นา,ลดปุ๋ย,โอกาสทางธุรกิจ,mlm,ขายตรง,รายได้เสริม,รายได้พิเศษ,ธุรกิจเครือข่าย โทรปรึกษาฟรี 083-0340025
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เคล็ดลับสู่ความสำเร็จ A B C
ก็คือ การไม่มีเคล็ดลับ นอกจากชวนคน และช่วยเหลือคนที่ท่านชวนให้เขาชวนคนได้ เมื่อท่านรู้สึกสับสนใจ สำนวนฝรั่งเขาเรียกว่า “ GO BACK TO A, B, and C ” เราลองมาทบทวนกันซิว่า เราขาดพื้นฐานข้อใดบ้างที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ
A=Attitude
หมายถึง ถ้าท่านมีความคิดหรือทัศนคติที่ดีถูกต้องต่อธุรกิจ ถือว่าท่านสำเร็จไปแล้ว 95 % เหลืออีก 5 % อยู่ที่การลงมือทำ ซึ่งท่านต้องมี
ทัศนคติที่ดีต่ออัพไลน์ (UP LINE) เพราะมีพระคุณต่อท่าน ทำให้ท่านได้รู้จักธุรกิจ
ทัศนคติที่ดีต่อดาวน์ไลน์ (DOWNLINE)
ทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ
ทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจ ท่านต้องคิดเสมอว่า ธุรกิจนี้ คือธุรกิจของท่าน มิใช่ว่าที่ท่านทำทุกวันนี้ ทำให้อัพไลน์ได้เงิน
การรักษาให้มีทัศนคติบวก
เลือกคุยกับผู้ที่ให้กำลังใจเท่านั้น
พยายามให้มีผลงานดีตลอดเวลา
มีเป้าหมายหมายที่ชัดเจน และทำให้สำเร็จ
ทำงานอย่างสนุก
มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างแน่วแน่
มีความกระตือรือร้น และตื่นเต้น
หลีกหนี หรือสลัดทัศนคติลบให้เร็วที่สุด
B=Believe
หมายถึง ความเชื่อ ท่านต้องมีความเชื่อ ดังนี้
ความเชื่อต่อบริษัทฯ ว่าบริษัทฯ มั่นคง จริงใจ มีสัจจะ ผู้บริหารมีคุณธรรม
ความเชื่อสินค้า ว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดี คุ้มกับเงิน ที่ท่านจ่าย
ความเชื่อแผนการตลาดทำง่าย จ่ายจริง และสามารถ ทำได้ทุกท่าน โปร่งใส ไม่เอาเปรียบ ไม่ต้องรักษายอด
ความเชื่อว่าตัวท่านต้องทำได้
C=Commitment
หมายถึง พันธสัญญา ซึ่งต้องมีพันธสัญญาต่อความสำเร็จของท่าน
เมื่อไร? วันใด เดือนใด ที่ท่านจะมีรายได้เดือนละ 50,000 เดือนละ 100,000 บาท เพราะในธุรกิจท่านคือเจ้านายและลูกน้องอยู่ในตัวของท่านเองและท่านเท่านั้นที่จะกำหนดได้
A=Attitude
หมายถึง ถ้าท่านมีความคิดหรือทัศนคติที่ดีถูกต้องต่อธุรกิจ ถือว่าท่านสำเร็จไปแล้ว 95 % เหลืออีก 5 % อยู่ที่การลงมือทำ ซึ่งท่านต้องมี
ทัศนคติที่ดีต่ออัพไลน์ (UP LINE) เพราะมีพระคุณต่อท่าน ทำให้ท่านได้รู้จักธุรกิจ
ทัศนคติที่ดีต่อดาวน์ไลน์ (DOWNLINE)
ทัศนคติที่ดีต่อบริษัทฯ
ทัศนคติที่ดีต่อธุรกิจ ท่านต้องคิดเสมอว่า ธุรกิจนี้ คือธุรกิจของท่าน มิใช่ว่าที่ท่านทำทุกวันนี้ ทำให้อัพไลน์ได้เงิน
การรักษาให้มีทัศนคติบวก
เลือกคุยกับผู้ที่ให้กำลังใจเท่านั้น
พยายามให้มีผลงานดีตลอดเวลา
มีเป้าหมายหมายที่ชัดเจน และทำให้สำเร็จ
ทำงานอย่างสนุก
มีความเชื่อมั่นในตนเองอย่างแน่วแน่
มีความกระตือรือร้น และตื่นเต้น
หลีกหนี หรือสลัดทัศนคติลบให้เร็วที่สุด
B=Believe
หมายถึง ความเชื่อ ท่านต้องมีความเชื่อ ดังนี้
ความเชื่อต่อบริษัทฯ ว่าบริษัทฯ มั่นคง จริงใจ มีสัจจะ ผู้บริหารมีคุณธรรม
ความเชื่อสินค้า ว่าสินค้ามีคุณภาพที่ดี คุ้มกับเงิน ที่ท่านจ่าย
ความเชื่อแผนการตลาดทำง่าย จ่ายจริง และสามารถ ทำได้ทุกท่าน โปร่งใส ไม่เอาเปรียบ ไม่ต้องรักษายอด
ความเชื่อว่าตัวท่านต้องทำได้
C=Commitment
หมายถึง พันธสัญญา ซึ่งต้องมีพันธสัญญาต่อความสำเร็จของท่าน
เมื่อไร? วันใด เดือนใด ที่ท่านจะมีรายได้เดือนละ 50,000 เดือนละ 100,000 บาท เพราะในธุรกิจท่านคือเจ้านายและลูกน้องอยู่ในตัวของท่านเองและท่านเท่านั้นที่จะกำหนดได้
วันอังคารที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ทำอย่างไรให้ใครๆ ชอบ
"ทำอย่างไรให้ใครๆ ชอบ" ต้องตกลงกันให้เข้าใจเสียแต่ต้นว่า คำว่า "ชอบ" กับ "รัก" ในภาษาไทยไม่ใช่คำเดียวกัน แต่เรามักใช้ผิดหรือปนเปกันไปหมด "ชอบ" แปลว่า พอใจ...ก็เท่านั้นเอง ยังไม่ลึกซึ้งเข้าไปถึงหัวใจ เราชอบกินแกงต้มยำ ไม่ได้แปลว่า เรารักแกงต้มยำ
เราชอบส้วมแบบนั่งชักโครก (คือไม่ชอบส้วมแบบนั่งยองๆ) ก็ไม่ได้แปลว่า เรารักส้วมแบบชักโครก แต่เรารักต้นไม้ได้ เพราะคนรักต้นไม้จะเอาใจใส่ ทะนุบำรุง ดูแล ห่วงใย และอยากปกป้องคุ้มครอง พูดสั้นๆ ถ้าเรารักอะไร เราเอาหัวใจทั้งดวงไปผูกพันกับสิ่งนั้น
เพราะฉะนั้น ถ้าใครมาบอกคุณว่า เขาชอบคุณ ก็แปลว่า เขาอยู่แค่ชั้นพอใจคุณเท่านั้น อย่าคิดเลยเถิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาจะเอาหัวใจทั้งดวงของเขามาผูกพันกับคุณ แต่เพื่อนนี่ชอบกันถ้าได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ก็จะกลายเป็นเพื่อนรักกันตลอดไปได้ จะเขียนเรื่องชอบอย่างเพื่อนก่อน วัยรุ่นไม่ชอบอะไรเยิ่นเย้อ ก็จะให้ข้อแนะนำทันทีเลยว่า ทำอย่างไรจะให้คนชอบคุณอย่างเพื่อน
1. ทำตัวเป็นธรรมชาติ
คนเราไม่ชอบคนเสแสร้ง คนเราไม่ชอบคนดัดจริตหรือคนวางท่า คนเราไม่ชอบคนวางท่าเป็นดารากับเพื่อน ความเป็นเพื่อนต้องการความจริงใจ คนวางท่าหยิ่ง หรือจีบปากจีบคอพูดเราไม่ชอบคนดัดจริตหรือคนวางท่า คนเราไม่ชอบคนวางท่าเป็นดารากับเพื่อน อาจดึงดูดความสนใจชั่วขณะแรกพบกัน แต่รับรองว่าไม่กี่ครั้ง เขาก็จะเบื่อและรำคาญ หรือถ้าเป็นเพื่อนเพศเดียวกัน เขาก็จะหมั่นไส้ไม่ชอบหน้า
2. สนใจฟังเขา ไม่พูดแต่เรื่องของตัวเอง
คนเป็นเพื่อนกันก็ต้องคุยเรื่องของตนเองให้เพื่อนฟังบ้าง แต่ต้องมีการแลกเปลี่ยนและสนใจเรื่องของเขา มากกว่าพูดแต่เรื่องของตัวเอง
3. อารมณ์ดี
คนเราไม่ชอบเข้าใกล้คนหงุดหงิด ขี้โมโห ฉุนเฉียว ยิ่งก้าวร้าวด้วยละก็นั่งเหงาไปคนเดียวเถอะ ถ้าคุณอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอๆ ต้องหาสาเหตุแล้วแก้ไข มิฉะนั้น คุณจะพบว่า คุณมีเพื่อนน้อยลงๆ เพราะเขาค่อยๆ ตีตัวออกห่างไปทีละคนสองคน เพื่อไปหาคนอารมณ์ดี ที่เขาอยู่ใกล้แล้วสบายใจ
4. รู้จัก "ให้" และ "รับ"
การให้และรับไม่ได้หมายความเฉพาะวัตถุ การช่วยเหลือเวลาเขามีความทุกข์ การช่วยเหลือการงานหรือการเรียน ฯลฯ ของเขาก็ถือเป็นการให้ เป็นการให้ที่มีค่ามากด้วยซ้ำไป
ที่แนะนำให้รู้จัก "รับ" ด้วยนั้น ก็เพราะผู้เขียนเห็นมามาก พอที่จะกล้ากล่าวว่า คนจิตใจปกติมักไม่ชอบคนที่ไม่ยอมรับอะไรจากใครเลย คนเราไม่ชอบคนที่ทำให้เรารู้สึกละอายใจ
5. มองโลกในแง่ดี
ถ้าคุณเห็นดอกไม้สวย เห็นเด็กๆ น่ารัก เห็นเพื่อนบางคนเก่ง เห็นครูบางคนดี ถ้าคุณมองทะลุสิวเขรอะของเพื่อนเข้าไปเห็นความร่าเริง และความมีน้ำใจของเขา ถ้าคุณพูดยกย่องความดีความสามารถของใครๆ มากกว่าพูดตำหนิ หรือนินทาเขา ใครๆ ก็จะอยากเข้าใกล้คุณ อยากคุยกับคุณ อยากเป็นเพื่อนของคุณ ฝึกตนเองให้มองโลกในแง่ดีแล้วมันจะติดเป็นนิสัยคุณไปตลอดชีวิต คนอยู่ใกล้ก็เป็นสุข แล้วจะถ่ายทอดไปถึงลูกหลานของคุณด้วย
6. อย่าบ่น อย่าบึ้ง อย่าเบ่ง อย่าเบี้ยว
บอก ต่างกับ บ่น เพราะว่าบอกคือ พูดสั้นๆ ไม่ใส่อารมณ์ และพูดหนเดียวพอ คนเราไม่ชอบฟังแผ่นเสียงตกร่อง เบี้ยว คือ ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ไม่ทำตามสัญญา ขอยืมแล้วไม่ใช้ ฯลฯ นอกจากเขาจะไม่ชอบแล้ว เขาจะดูถูกและเมินหนีอีกด้วย ธรรมชาติมนุษย์ชอบเข้าใกล้คนหน้าตายิ้มแย้ม ทักทาย ทักเพื่อนก่อนได้กำไร เหมือนเปิดประตูเชิญให้เขาวิสาสะด้วย ถ้าทักเขาก่อนแล้วเขาไม่ทักตอบก็อย่าเสียใจ เขาอาจจะไม่เห็น อาจจะกำลังใจลอยคิดอะไรเพลินอยู่ หรือเขาอาจจะเป็นคนไม่มีมารยาท คุณยังอยากจะเสียเวลากับคนไม่มีมารยาทอยู่อีกหรือ?
บ่น คนรำคาญ
บึ้ง คนหนี
เบ่ง คนหมั่นไส้
เบี้ยว คนรังเกียจ
7. อย่านินทา
อย่าเอาคำว่า นินทา ไปปนกับคำวิจารณ์ นินทา เป็น พฤติกรรมทำลาย วิจารณ์ เป็น พฤติกรรมสร้างสรรค์ เพราะการวิจารณ์คือการพูดถึงข้อดี ข้อเสีย โดยใช้เหตุผลและไม่ใช้อารมณ์ การวิจารณ์ให้ประโยชน์ แต่การนินทาให้แต่โทษอย่างเดียว
8. อย่าชวนทำชั่ว
คนดีๆ ไม่ชอบคนที่มาฉุดให้เขาลงไปสู่ที่ต่ำ เช่น ลักขโมย สูบสารเสพติด ตีหัวหมาปาหัวเจ๊ก ฯลฯ จะมีก็แต่พวกบุคลิกภาพผิดปกติชนิดอันธพาลหรืออาชญากรเท่านั้นที่ชอบ
เพราะฉะนั้น ถ้าชวนคนดีๆ ทำชั่ว เขาจะรังเกียจและตีตนออกห่างทันที
9. ดูแลร่างกายให้น่าเข้าใกล้
คนผมไม่สระ เสื้อผ้าไม่ซักส่งกลิ่น ปากเหม็น กลิ่นตัวคลุ้ง จะนิสัยดีแค่ไหน เพื่อนก็ไม่อยากเข้าไปคุยด้วย เดินด้วย และอย่าลืมว่า กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ก็ร้ายพอๆ กับกลิ่นตัว ไม่ใส่น้ำหอมเลยยังจะดีกว่า คนเราชอบกลิ่นรื่นรมย์
หลังจากปฏิบัติทุกข้อข้างต้นครบถ้วนแล้ว คุณก็มีอีกข้อหนึ่งต้องทำคือ ต้องทำใจยอมรับความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความจริงที่ว่านั่นก็คือ ตั้งแต่มีการสร้างโลกกันมา ยังไม่เคยมีใครสักคนเดียวที่จะทำให้ทุกคนในโลกชอบได้...ไม่มีจริงๆ ความคิดที่อยากจะให้ทุกคนในโลกชอบคุณ จึงเป็นความคิด ที่ไม่มีวันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ไม่ว่าคุณจะทุ่มกาย ทุ่มใจ ทุ่มเงินแค่ไหน ไปสืบดูเถิด เจ้าบุญทุ่มทุกคนยังไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบเขาได้ ไม่เคยมีนางงามจักรวาลโลกคนไหนสามารถทำให้ทุกคนชอบเธอได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณทำดีที่สุดของคุณแล้วก็จงพอใจ จงบอกตัวเองแล้วจดจำไว้สอนลูกหลานด้วยว่า ไม่มีใครในโลกจะทำให้ทุกคนในโลกชอบตนได้...ไม่มีจริงๆ
อย่างไรก็ตามคุณอย่าทิ้งความเป็นตัวของคุณเอง อย่าพยายามทำตัวให้ใครๆ ชอบเสียจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะนั่นก็เป็นข้อหนึ่งที่จะทำให้คนไม่ชอบคุณ
เริ่มลงมือปฏิบัติตามข้อแนะนำเสียแต่วันนี้คุณจะพบว่า นอกจากคุณจะมีเพื่อนชอบคุณมากขึ้นแล้ว คุณเองก็จะมีสุขภาพจิตดีขึ้นเสมอ เพราะทุกๆ ข้อที่กล่าวไว้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนเราสุขภาพจิตดี
เราชอบส้วมแบบนั่งชักโครก (คือไม่ชอบส้วมแบบนั่งยองๆ) ก็ไม่ได้แปลว่า เรารักส้วมแบบชักโครก แต่เรารักต้นไม้ได้ เพราะคนรักต้นไม้จะเอาใจใส่ ทะนุบำรุง ดูแล ห่วงใย และอยากปกป้องคุ้มครอง พูดสั้นๆ ถ้าเรารักอะไร เราเอาหัวใจทั้งดวงไปผูกพันกับสิ่งนั้น
เพราะฉะนั้น ถ้าใครมาบอกคุณว่า เขาชอบคุณ ก็แปลว่า เขาอยู่แค่ชั้นพอใจคุณเท่านั้น อย่าคิดเลยเถิดเข้าข้างตัวเองว่า เขาจะเอาหัวใจทั้งดวงของเขามาผูกพันกับคุณ แต่เพื่อนนี่ชอบกันถ้าได้ร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน ก็จะกลายเป็นเพื่อนรักกันตลอดไปได้ จะเขียนเรื่องชอบอย่างเพื่อนก่อน วัยรุ่นไม่ชอบอะไรเยิ่นเย้อ ก็จะให้ข้อแนะนำทันทีเลยว่า ทำอย่างไรจะให้คนชอบคุณอย่างเพื่อน
1. ทำตัวเป็นธรรมชาติ
คนเราไม่ชอบคนเสแสร้ง คนเราไม่ชอบคนดัดจริตหรือคนวางท่า คนเราไม่ชอบคนวางท่าเป็นดารากับเพื่อน ความเป็นเพื่อนต้องการความจริงใจ คนวางท่าหยิ่ง หรือจีบปากจีบคอพูดเราไม่ชอบคนดัดจริตหรือคนวางท่า คนเราไม่ชอบคนวางท่าเป็นดารากับเพื่อน อาจดึงดูดความสนใจชั่วขณะแรกพบกัน แต่รับรองว่าไม่กี่ครั้ง เขาก็จะเบื่อและรำคาญ หรือถ้าเป็นเพื่อนเพศเดียวกัน เขาก็จะหมั่นไส้ไม่ชอบหน้า
2. สนใจฟังเขา ไม่พูดแต่เรื่องของตัวเอง
คนเป็นเพื่อนกันก็ต้องคุยเรื่องของตนเองให้เพื่อนฟังบ้าง แต่ต้องมีการแลกเปลี่ยนและสนใจเรื่องของเขา มากกว่าพูดแต่เรื่องของตัวเอง
3. อารมณ์ดี
คนเราไม่ชอบเข้าใกล้คนหงุดหงิด ขี้โมโห ฉุนเฉียว ยิ่งก้าวร้าวด้วยละก็นั่งเหงาไปคนเดียวเถอะ ถ้าคุณอารมณ์ไม่ดีอยู่เสมอๆ ต้องหาสาเหตุแล้วแก้ไข มิฉะนั้น คุณจะพบว่า คุณมีเพื่อนน้อยลงๆ เพราะเขาค่อยๆ ตีตัวออกห่างไปทีละคนสองคน เพื่อไปหาคนอารมณ์ดี ที่เขาอยู่ใกล้แล้วสบายใจ
4. รู้จัก "ให้" และ "รับ"
การให้และรับไม่ได้หมายความเฉพาะวัตถุ การช่วยเหลือเวลาเขามีความทุกข์ การช่วยเหลือการงานหรือการเรียน ฯลฯ ของเขาก็ถือเป็นการให้ เป็นการให้ที่มีค่ามากด้วยซ้ำไป
ที่แนะนำให้รู้จัก "รับ" ด้วยนั้น ก็เพราะผู้เขียนเห็นมามาก พอที่จะกล้ากล่าวว่า คนจิตใจปกติมักไม่ชอบคนที่ไม่ยอมรับอะไรจากใครเลย คนเราไม่ชอบคนที่ทำให้เรารู้สึกละอายใจ
5. มองโลกในแง่ดี
ถ้าคุณเห็นดอกไม้สวย เห็นเด็กๆ น่ารัก เห็นเพื่อนบางคนเก่ง เห็นครูบางคนดี ถ้าคุณมองทะลุสิวเขรอะของเพื่อนเข้าไปเห็นความร่าเริง และความมีน้ำใจของเขา ถ้าคุณพูดยกย่องความดีความสามารถของใครๆ มากกว่าพูดตำหนิ หรือนินทาเขา ใครๆ ก็จะอยากเข้าใกล้คุณ อยากคุยกับคุณ อยากเป็นเพื่อนของคุณ ฝึกตนเองให้มองโลกในแง่ดีแล้วมันจะติดเป็นนิสัยคุณไปตลอดชีวิต คนอยู่ใกล้ก็เป็นสุข แล้วจะถ่ายทอดไปถึงลูกหลานของคุณด้วย
6. อย่าบ่น อย่าบึ้ง อย่าเบ่ง อย่าเบี้ยว
บอก ต่างกับ บ่น เพราะว่าบอกคือ พูดสั้นๆ ไม่ใส่อารมณ์ และพูดหนเดียวพอ คนเราไม่ชอบฟังแผ่นเสียงตกร่อง เบี้ยว คือ ไม่รับผิดชอบหน้าที่ ไม่ทำตามสัญญา ขอยืมแล้วไม่ใช้ ฯลฯ นอกจากเขาจะไม่ชอบแล้ว เขาจะดูถูกและเมินหนีอีกด้วย ธรรมชาติมนุษย์ชอบเข้าใกล้คนหน้าตายิ้มแย้ม ทักทาย ทักเพื่อนก่อนได้กำไร เหมือนเปิดประตูเชิญให้เขาวิสาสะด้วย ถ้าทักเขาก่อนแล้วเขาไม่ทักตอบก็อย่าเสียใจ เขาอาจจะไม่เห็น อาจจะกำลังใจลอยคิดอะไรเพลินอยู่ หรือเขาอาจจะเป็นคนไม่มีมารยาท คุณยังอยากจะเสียเวลากับคนไม่มีมารยาทอยู่อีกหรือ?
บ่น คนรำคาญ
บึ้ง คนหนี
เบ่ง คนหมั่นไส้
เบี้ยว คนรังเกียจ
7. อย่านินทา
อย่าเอาคำว่า นินทา ไปปนกับคำวิจารณ์ นินทา เป็น พฤติกรรมทำลาย วิจารณ์ เป็น พฤติกรรมสร้างสรรค์ เพราะการวิจารณ์คือการพูดถึงข้อดี ข้อเสีย โดยใช้เหตุผลและไม่ใช้อารมณ์ การวิจารณ์ให้ประโยชน์ แต่การนินทาให้แต่โทษอย่างเดียว
8. อย่าชวนทำชั่ว
คนดีๆ ไม่ชอบคนที่มาฉุดให้เขาลงไปสู่ที่ต่ำ เช่น ลักขโมย สูบสารเสพติด ตีหัวหมาปาหัวเจ๊ก ฯลฯ จะมีก็แต่พวกบุคลิกภาพผิดปกติชนิดอันธพาลหรืออาชญากรเท่านั้นที่ชอบ
เพราะฉะนั้น ถ้าชวนคนดีๆ ทำชั่ว เขาจะรังเกียจและตีตนออกห่างทันที
9. ดูแลร่างกายให้น่าเข้าใกล้
คนผมไม่สระ เสื้อผ้าไม่ซักส่งกลิ่น ปากเหม็น กลิ่นตัวคลุ้ง จะนิสัยดีแค่ไหน เพื่อนก็ไม่อยากเข้าไปคุยด้วย เดินด้วย และอย่าลืมว่า กลิ่นน้ำหอมฉุนๆ ก็ร้ายพอๆ กับกลิ่นตัว ไม่ใส่น้ำหอมเลยยังจะดีกว่า คนเราชอบกลิ่นรื่นรมย์
หลังจากปฏิบัติทุกข้อข้างต้นครบถ้วนแล้ว คุณก็มีอีกข้อหนึ่งต้องทำคือ ต้องทำใจยอมรับความจริงอย่างหนึ่งของชีวิตที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ความจริงที่ว่านั่นก็คือ ตั้งแต่มีการสร้างโลกกันมา ยังไม่เคยมีใครสักคนเดียวที่จะทำให้ทุกคนในโลกชอบได้...ไม่มีจริงๆ ความคิดที่อยากจะให้ทุกคนในโลกชอบคุณ จึงเป็นความคิด ที่ไม่มีวันจะเป็นจริงขึ้นมาได้ ไม่ว่าคุณจะทุ่มกาย ทุ่มใจ ทุ่มเงินแค่ไหน ไปสืบดูเถิด เจ้าบุญทุ่มทุกคนยังไม่สามารถทำให้ทุกคนชอบเขาได้ ไม่เคยมีนางงามจักรวาลโลกคนไหนสามารถทำให้ทุกคนชอบเธอได้ เพราะฉะนั้น ถ้าคุณทำดีที่สุดของคุณแล้วก็จงพอใจ จงบอกตัวเองแล้วจดจำไว้สอนลูกหลานด้วยว่า ไม่มีใครในโลกจะทำให้ทุกคนในโลกชอบตนได้...ไม่มีจริงๆ
อย่างไรก็ตามคุณอย่าทิ้งความเป็นตัวของคุณเอง อย่าพยายามทำตัวให้ใครๆ ชอบเสียจนไม่เป็นตัวของตัวเอง เพราะนั่นก็เป็นข้อหนึ่งที่จะทำให้คนไม่ชอบคุณ
เริ่มลงมือปฏิบัติตามข้อแนะนำเสียแต่วันนี้คุณจะพบว่า นอกจากคุณจะมีเพื่อนชอบคุณมากขึ้นแล้ว คุณเองก็จะมีสุขภาพจิตดีขึ้นเสมอ เพราะทุกๆ ข้อที่กล่าวไว้เป็นส่วนสำคัญส่วนหนึ่งที่จะทำให้คนเราสุขภาพจิตดี
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)