วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

สคบ.จะตรวจอีก 10 แห่ง แผนไบนารี่ -บริษัทขายปุ๋ยงานเข้า « เมื่อ: วันพุธที่ 20 มกราคม 2010, 19:27:32 PM »




เป็นไปตามคาดครับพี่น้อง วันนี้ มีแต่ข่าว ปูแดง ทั้ง หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ อินเตอร์เนต เป็นห่วงพิเศษ สำหรับ บริษัทเครือข่าย ที่เป็นไบนารี่จับคู่จ่าย และ บริษัทเครือข่าย ที่ ขายปุ๋ย

ซึ่งคิดว่า คนที่อยู๋ในเครือข่ายก็คงติดตามกันบ้างแล้ว สำหรับผม ตอนนี้ไม่ได้เป็น ห่วงแค่ ปูแดง ผมเป็นห่วง พี่น้องเครือข่าย ทุกค่าย อยากให้ทุกคนทำการบ้านกันเยอะๆครับ ลำพังทำธุรกิจขายตรงธรรมดา ข้อโต้แย้งก็เยอะอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอแบบนี้อีก ฝึกกันไว้มากๆครับ ใครมีไอเดียดีๆเอามาแชร์เพื่อนนะครับ วันนี้ แอดมิน มีเรื่องจะแจ้งและขอความเห็นเพื่อนๆด้วยกันหลายเรื่องดังนี้ครับ

เรื่องที่ ปูแดง อาจจะมีปัญหาเรื่องแชร์ลูกโซ่
1.สคบ . ถอนใบอนุญาต แต่ ปูแดง ยังทำเดินธุรกิจต่อ โอเค ตรงนี้ เหตุผล DSI ที่เข้าตรวจค้นพอรับฟังได้ และผมคิดว่า ปูแดงเอง อาจจะมีเหตุผลลึกๆที่ยังทำธุรกิจต่อทั้งๆที่ ถูกยึด ใบอนุญาต อาจจะเป็น ห่วงสมาชิก หรือเหตุผลอื่นๆ ตรงนี้ รอความชัดเจนจากปูแดงก่อนครับ จะเอามารายงานให้ทราบ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
DSI บอกว่า บริษัทมีเลขรหัสสมาชิก 1.1 ล้านหมายเลข แต่มีสมาชิกจริง เพียงกว่าหมื่นคน ซึ่งดีเอสไอต้องตรวจสอบว่าบริษัทผลิตสินค้าให้กับสมาชิกเป็นล้านคนจริงหรือไม่.-สำนักข่าวไทย

ตรงนี้คือข้อเสียของการ ลงรหัสแบบไม่มีคน หรือที่เรารู้ในชื่อของ ลงแบบตุ๊กตา คือ ไม่มีคนจริง แต่มีรหัส ตรงจุดนี้ อาจทำให้มีปัญหาครับ ผมว่า ถ้าจะโดนก็อาจจะโดนตรงนี้ครับ ซึ่งปัจจุบันมีหลายบริษัท ที่ใช้รูปแบบการลงแบบตุ๊กตาได้ เช่น บ.นีโอไลฟ์ บ.จอยส์แอนด์คอยส์ บ.โกลด์ยูโกลด์ ( GUG) เป็นต้น ลองกลับไปดูที่บริษัทของเพื่อนๆว่าเขาให้ลงแบบ ตุ๊กตาได้หรือเปล่า
----------------------------------------------------------------------------------------
DSI บอกว่า ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษกล่าวต่อว่า สำหรับแผนการตลาดของผลิตภัณฑ์
ปูแดงไคโตรซาน สมาชิกต้องจ่ายเงินซื้อผลิตภัณฑ์ 3,500 บาท จ่ายค่าสมาชิกอีก 300 บาท เพื่อแลกผลิตภัณฑ์ปูแดงไคโตรซาน 1 ชุด และได้รับรหัสเป็นสมาชิกขายตรงของบริษัท เพื่อมีสิทธิหาผู้สนใจมาสมัครสมาชิกเพิ่มขึ้น หากหาสมาชิกใหม่ได้เพิ่ม จะรับผลตอบแทนคนละ 500-1,000 บาท หากหาสมาชิกได้มาก ผลตอบแทนจะทวีคูณขึ้นไปเรื่อยๆ ตามที่กำหนดในแผนการตลาด เป็นการจ่ายผลตอบแทนเกินกว่ากฎหมายกำหนดในลักษณะแชร์ลูกโซ่ การ จ่ายผลตอบแทน ของปูแดง อยู่ที่ 10-100 เปอร์เซ็นต์ เกินที่กฏหมายกำหนด ซึ่งกำหนดไว้ที่ 4-6 เปอร์เซ็นต์ พี่น้องที่ทำขายตรงก็ คงมีคำถามว่า อ้าว แล้วแบบนี้มันไม่ผิดหมดเหรอ


มาดูแผนการจ่ายของปูแดงครับ ปูแดงจะจ่ายเป็นคู่ครับ



จะเห็นได้ว่า สมาชิกปูแดงต้องซื้อสินค้าคู่ละ 7,000 บาท คิดจากข้างละ 3,500 (1,000 PV) ซึ่งปูแดงจะจ่ายรายได้ให้สมาชิกอยู่ที่ คู่ละ 500 บาทขึ้นไป จำนวนคู่มากก็จ่ายมาก ถ้า DSI ยึดตรงนี้ จ่ายมากสุด 4-6 เปอร์เซ็นต์ แสดงว่า ปูแดงต้องจ่าย คู่ละ 280-460 บาท เท่านั้น แต่ปูแดง จ่ายสูงสุดถึง 1,000 บาท ตรงนี้ หรือเปล่าครับ ที่เขาบอกว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ เพื่อนลองช่วยกันวิเคราะห์ดูครับ เอาตัวเลขจากเงินที่สมาชิกซื้อนะครับ ไม่ใช่คิดที่ PV

คราวนี้คงมีคำถาม มาถึง เอมสตาร์ กับเอเจล ใช่ไหม ว่า แผนคล้ายๆ ปูแดง มีโอกาสโดนเหมือนกันไหม แต่เท่าที่ผมลองเทียบ ตัวเลขดู เอเจล กับเอมสตาร์ เขาจะคิดแบบยอดบาลานซ์ ซึ่งตรงนี้ผมมองว่าเป็นความฉลาดของแผน ที่สามารถเลี่ยงจุดตรงนี้ไปได้ แต่ไม่รู้ว่า สคบ. เขามีวิธี คำนวณ ว่าจ่ายผลตอบแทนเกินได้อย่างไร ระหว่าง ไบนารี่ กับจ่ายเป็นคู่ ของปูแดง ก็คล้ายๆกัน ยังไงเรื่องตัวเลข อยากให้ ท่านผู้นำวิเคราะห์ช่วยแอดมินด้วยนะครับ จะได้เป็นประโยชน์สำหรับ สมาชิกท่านอื่นๆ
------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรื่องสุดท้าย ถือว่างานเข้า บริษัทที่มีปุ๋ยขายครับ วันนี้ อ่านข่าวมีบอกว่า ห้ามขายตรงขายปุ๋ย และตอนนี้ขายตรงไหน มี ปุ๋ยอยู่ในระบบ สคบ.เขาอาจจะไปเยี่ยมเยียนครับ เพราะเขาบอกจะไปเยี่ยมอีก 10 แห่ง รอผู้นำ ที่มีปุ๋ยขายมาอธิบายดีกว่า ... Grin Grin ตรงนี้ผมจะตรวจสอบให้อีกครั้งครับ
---
http://thaimlm.info/hotnews/10-145/

วันอังคารที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

รู้ทันวัฒนธรรมการทำงานสิงคโปร์

นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 ที่ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ ประกาศตนเป็นเอกราชมีอำนาจอธิปไตยเป็นของตนเอง ประเทศที่ชื่อเดิมว่า “เทมาเส็ก” อันมีพื้นที่เป็นเกาะขนาด 697 ตารางเมตร ที่ตั้งอยู่ใต้สุดของคาบสมุทรมาเลย์ และอยู่ทางเหนือของเกาะลีเยา ประเทศอินโดนีเซียก็เจริญก้าวหน้าอย่างน่าตื่นใจ นับแต่การบริหารของนายกรัฐมนตรี ลี กวน ยู ด้วยนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการรื้อปรับโครงสร้างทางสังคมแบบภาพใหญ่

ประชากรสิงคโปร์ล้วนได้รับการศึกษาอย่างดี และด้วยการสนับสนุนการค้าและพาณิชย์จากภาครัฐ สิงคโปร์มีฐานะเป็นผู้กลั่นน้ำมันรายใหญ่อันดับสองรองจากสหรัฐอเมริกา และยังมุ่งหน้าที่จะเป็นศูนย์กลางของการวิจัยทางเทคโนโลยีทางการแพทย์สมัยใหม่อย่างเรื่องสเต็มเซลล์อีกด้วย

ที่นี่นับเป็นประเทศที่คนไทยรุ่นใหม่ที่สำเร็จการศึกษาระดับสูง หมายตาจะไปทำงานในองค์กรชั้นนำ หรือองค์กรข้ามชาติ และหากเดินทางไปที่สิงคโปร์ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องแปลก ที่จะพบคนไทยทำงานและประกอบกิจการอย่างหนาตา เสน่ห์ของสิงคโปร์คืออะไร เหตุใดจึงดึงดูดคนทำงานรุ่นใหม่ได้อย่างยวนใจเช่นนี้

สิ่งที่ปฏิเสธได้ยากคือ ความแตกต่างหลากหลายและความเป็นสากล ประเทศนี้ดึงดูดนักลงทุน นักธุรกิจและนักบริหารองค์กรได้จากทั่วโลก

เมื่อประกอบกับโลกการทำงานที่มีวิถีทำงานหนัก จริงจัง มุ่งมั่นที่จะสร้างผลลัพธ์อย่างเข้มข้น ถือเป็นที่ที่คนเก่งต้องการจะเรียนรู้และแจ้งเกิด

หากจะเตรียมตัวไปเป็นคนทำงานในประเทศนี้ เรื่องภาษาไม่นับเป็นอุปสรรคสักเท่าใด แม้จะมีภาษาราชการถึงสี่ภาษา อันได้แก่ภาษามาเลย์ ทมิฬ จีนและอังกฤษ แต่ภาษาอังกฤษนับว่าเป็นภาษาที่ใช้ได้อย่างแพร่หลายทั้งในธุรกิจและในวงราชการ

ส่วนศาสนานั้น สิงคโปร์ไม่มีศาสนาประจำชาติ ผู้คนนับถือศาสนาพุทธ คริสต์ อิสลาม และฮินดู แต่ราว 25% ไม่ระบุว่านับถือศาสนาใด ในทุกวันนี้ แม้ประชากรในสิงคโปร์ประกอบด้วยผู้คนอันหลากหลาย ในทุกวันนี้ชาวสิงคโปร์สัญชาติจีน ยังมีอิทธิพลสูงในภาคธุรกิจ

และหากเมื่อใดที่ตกลงปลงใจว่าจะโกอินเตอร์ไปยังเมืองลอดช่อง สิ่งที่คนทำงานต้องเตรียมตัวหลักๆ คือ การสื่อสาร ปฏิสัมพันธ์ วิธีการทำงาน และข้อควรระวัง อย่าได้ถือว่าเพื่อนบ้านใกล้ๆ คงทำงานแบบครือๆ กันเชียวนะคะ

การสื่อสารถือเป็นประตูบานแรกของการทำงานข้ามวัฒนธรรม คนทำงานต่างชาติสามารถจับมือเพื่อแสดงการทักทายได้ทั้งชายหญิง เพียงแต่ควรระมัดระวังไม่บีบแน่นและทอดมือไว้เนิ่นนานราวสิบวินาที ลักษณะการจับมือจะเป็นการจับทั้งสองมือเสียมากกว่าการจับมือแบบมือเดียวแบบตะวันตก

แม้อากาศที่สิงคโปร์จะค่อนข้างปรวนแปร แต่สุภาพบุรุษควรแต่งกายอย่างประณีตในเชิงธุรกิจ แม้จะใส่สูทผูกเนกไท ก็ควรระมัดระวังความเรียบร้อยสะอาดสะอ้านของรองเท้าเข็มขัดและหน้าตา ส่วนสุภาพสตรีการแต่งกายเชิงธุรกิจ สามารถเติมลูกเล่นในสไตล์แฟชั่นได้ตามวัยอีกเล็กน้อย

เป็นที่รู้กันว่าคนทำงานสิงคโปร์นั้น ทำงานหนัก เร็ว ฉับไว และกระตือรือร้น การปรับทีท่าภาษากาย และจังหวะจะโคนการพูดให้ไปในทางเดียวกันได้ จะช่วยให้การทำงานเข้าขา ดีกว่าเสี่ยงต่อการถูกประเมินว่าทำงานช้าและขาดประสิทธิภาพ

ในส่วนของการนำเสนอนั้น ไม่ว่าจะเป็นการเจรจาทางธุรกิจ หรือการนำเสนอในองค์กร จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจัดทำอย่างสมบูรณ์ และมีเทคนิคเชิงเทคโนโลยีอย่างแพรวพราว คนสิงคโปร์รุ่นใหม่มีกรอบแนวคิดและระบบความคิดเชิงวิเคราะห์อย่างชัดเจน การนำเสนอกระบวนการคิดอย่างมีตรรกะเป็นเรื่องมองข้ามไม่ได้ในการติดต่อ ประสานงาน หรือเจรจาต่อรอง

และไม่ว่าจะติดขัดหรือประสบอุปสรรคเพียงใดก็ตาม จำเป็นต้องไปถึงที่นัดหมายตรงเวลาเสมอ การล่าช้าและทำให้ผู้บริหารหรือผู้อาวุโสกว่าต้องรอคอยเป็นเรื่องที่ขาดความเป็นมืออาชีพอย่างมาก

สิ่งที่ต้องตระเตรียมเพิ่มเติมคือ เตรียมใจทำงานหนัก ในเวลาทำงานที่ทอดยาวกว่าเวลาทำงานปรกติ และยิ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงเท่าไหร่ ยิ่งต้องเลิกดึกดื่นกว่าลูกน้อง นอกจากการทำงาน เวลาที่ต้องใช้ เพื่อให้ได้ทั้งงานและความสัมพันธ์ คือ การเข้าร่วมงานสังสรรค์และกิจกรรมทางสังคม

ข้อควรระวังเรื่องภาษากายเมื่อต้องการสื่อสารกับผู้ที่อาวุโสกว่าคือ การสบตา การสบตาตรงๆ อาจถูกตีความว่าเป็นการท้าทายได้ ทางที่ดี คือ สบตาแบบอ่อนโยน และมองทั้งใบหน้า จะสุภาพ ยอมรับได้มากกว่าการจ้องตรงเข้าไปที่นัยน์ตา

คนทุกชาติย่อมมีความภูมิใจในชาติตน แต่อาจต่างกันไปในวิถี คนสิงคโปร์ภูมิใจยิ่งในความเป็นชาติปลอดคอร์รัปชันเจ้าหน้าที่ภาครัฐนั้น ไม่สามารถรับของขวัญของกำนัลจากผู้ติดต่องานอย่างเด็ดขาด

ส่วนผู้ที่ติดต่องาน หรือ ปฏิบัติงานร่วมกัน จำเป็นต้องเพาะสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัวกันเสียก่อนจะให้ของขวัญแทนใจ มิฉะนั้นแทนที่จะเป็นผลดี อาจกลับกลายได้ผลตรงข้าม

นอกจากนี้ การเปิดใจรับสิ่งใหม่ มุ่งสร้างผลลัพธ์ในงาน ละเอียดอ่อน และปรับตัวเข้าหาวิถีการทำงานของสิงคโปร์ ถือเป็นคุณค่าเพิ่มที่จะประกันความสำเร็จในเมืองสิงหปุระแห่งนี้ ได้ยิ่งกว่าใคร

วันศุกร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2553

บางส่วนความคิดเห็น คดีปูแดงไคโตซาน

ออกความเห็น , 29 มกราคม 2553 01:08
เห็นด้วยกับท่า่นทนาย หาก ดีเอสไอ และ สคบ. ชี้แจงไม่ได้ว่าใครร้องเรียน คงจะได้คุยกันอีนาน

ความคิดเห็นที่ 15
อีกด้านหนึ่งกับผลกระทบจากชาวปูแดง
ที่มา..ทนายเดชา http://www.decha.com/main/main.php
ทนายคลายทุกข์ขอนำอีกมุมมองหนึ่งของแชร์ลูกโซ่ปูแดงไคโตซาน สืบเนื่องจากสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.) โดย นายนิโรจน์ เจริญประกอบ ได้สั่งเพิกถอนใบอนุญาติขายตรงของบริษัท เบสท์ 59 จำกัด และสำนักงานสืบสวนคดีอาญาพิเศษ (DSI) โดย พันเอกปิยวัฒน์ กิ่งเกตุ ได้สั่งปิดทำการ บริษัท เบสท์ 59 จำกัด โดยการกระทำดังกล่าวของทั้งสองหน่วยงานทำให้มีข้อข้องใจเกิดขึ้นมากมายต่อ กลุ่มพี่น้องชาวเกษตรกรผู้ใช้สินค้าของบริษัทเบสท์ 59 จำกัด กลุ่มพี่น้องนักธุรกิจอิสระและกลุ่มพี่น้องผู้มีใจรักในความยุติธรรมทุก ๆ ท่าน
สมาชิกชาวปูแดงส่วนใหญ่เกือบร้อยเปอร์เซนต์ จะเป็นชาวเกษตรกรหรือมีความเกี่ยวข้องกับภาคส่วนการเกษตร ฉนั้นตัวสินค้าที่ทางบริษัทผลิตและจำหน่าย พี่น้องชาวปูแดงต้องผ่านการใช้งานก่อน พิสูจน์แล้วเห็นว่าดีจริงจึงใช้ สมาชิกส่วนใหญ่พอใจมากเพราะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลิตได้จริง อีกทั้งทางบริษัทยังจัดส่งเสริมองค์ความรู้ในการใช้สินค้า และตรวจสอบปรับปรุงคุณภาพสินค้าอยู่สม่ำเสมอ ทุกกิจกรรมที่ทางบริษัทจัดทำล้วนสมเหตุสมผลสมาชิกปูแดงทุกท่านทราบดี ถ้าพูดถึงการทำการเกษตรเมื่อให้เปรียบเทียบระหว่าง พี่น้องสมาชิกชาวปูแดงกับ สคบ. และ DSI เชื่อว่าฝีมือคนละชั้นคนที่ผ่านการใช้งานด้วยตนเองย่อมจะรู้ดีกว่า แต่ถ้าในส่วนของข้อกฎหมาย พี่น้องชาวปูแดงคงจะเก่งสู้หน่วยงาน สคบ.และ DSI ไม่ได้
ข้อกฎหมายเรารู้น้อย ฉนั้นขอกล่าวข้อข้องใจโดยอาศัยหลักของคุณธรรม จริยธรรม มโนธรรม และมโนสำนึกที่มนุษย์ทุกคนพึงมี ข้อข้องใจพอสรุปได้ดังนี้ การที่ สคบ.จะตรวจสอบบริษัท ควรจะต้องมีการร้องเรียนจากกลุ่มสมาชิกหรือผู้ที่ได้รับผลเสียหายจากการใช้ ผลิตภัณฑ์ทางบริษัทหรือการไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแบ่งผลตอบแทนตามที่ บริษัทแจ้งเอาไว้ และหาก สคบ.ได้รับร้องเรียนจริงก็จะต้องทำการสืบสวน ตรวจสอบในเชิงลึกว่าผู้เสียหายเกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด หากมีผลกระทบสมาชิกส่วนใหญ่ก็อาจเป็นเหตุให้เชื่อได้ว่าเรื่องร้องเรียนมี มูลความจริง แต่ถ้าหากผลกระทบเกิดขึ้นกับสมาชิกส่วนน้อยก็ต้องหาเหตุต่อไป เช่น ใช้สินค้าไม่ได้ผลเพราะอะไร ใช้ถูกวิธีไหม และทาง สคบ.ควรแจ้งให้บริษัทเข้าไปดูแลและทำความเข้าใจไม่ใช่สั่งปิดหรือเพิกถอนใบ อนุญาติซึ่งเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ
มาถึงวันนี้ เป็นเวลา 8 วัน ทาง สคบ.และ DSI ยังไม่มีข้อชี้แจง ข้อข้องใจ ให้สังคมได้รับรู้ว่าการกระทำดังกล่าวทำไปเพราะเกิดจากความลุแก่อำนาจหรือทำ ไปตามขั้นตอนที่ถูกต้องที่เจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่แสดงตัวว่าเป็นที่พึ่ง ของประชาชน จะพึงกระทำ ซึ่งเราขอให้เป็นประการหลัง เพราะอย่างน้อยประชาชนอย่างเรา ๆ ยังพอได้อุ่นใจว่ายังมีหน่วยงานรัฐให้เราพึงพาได้ และสิ่งที่ สคบ.และ DSI ควรจะออกมาชี้แจงให้สังคมรับรู้ ก่อนที่ความศรัทธาและความไว้วางใจในหน่วยงานของท่านจะเสื่อมไป คือ
1.ใครเป็นผู้ร้องเรียนทางบริษัท และร้องเรียนเรื่องอะไร
2.คนที่ร้องเรียนหรือผู้ที่เสียหายที่เกิดจากทางบริษัท มีจำนวนเท่าไหร่ และเกิดความเสียหายจากอะไร และทางบริษัทปฏิเสธความรับผิดชอบต่อคนกลุ่มนี้ไหม
3.ความมั่นคงของทางบริษัทมีมากน้อยเพียงใด
4.ข้อมูลทั้งหมดของบริษัท

ตั้งแต่การผลิตสินค้า การจำหน่ายสินค้าในแต่ละเดือน กลุ่มสมาชิกที่ใช้สินค้า และข้อมูลเชิงลึกโดยละเอียดที่สมาชิกและสังคมควรรับรู้ ข้อมูลเหล่านี้ทาง สคบ.และ DSI ควรมีก่อนที่จะทำการตัดสินใจปิดหรือเพิกถอนใบอนุญาติทางบริษัท แต่วันนี้ทางสมาชิกปูแดงและสังคมยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน หากเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ซึ่งยังผลให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง พอสรุปความเสียหายได้ 3 ประเด็นหลัก คือ
1. สมาชิกภาคส่วนการเกษตรขาดสินค้าที่ดี ที่ไว้วางใจ ไว้ใช้งาน ซึ่งอาจมีผลต่อผลิตที่จะได้รับในแต่ละปี
2. สมาชิกที่เป็นนักธุรกิจอิสระซึ่งมีรายได้จากการกระจายสินค้าและองค์ความรู้ เข้าไปดูแลปัญหา อีกทั้งยังเป็นตัวกลางประสานความรู้ให้พี่น้องในภาคการเกษตร ซึ่งรายได้จะได้รับจากบริษัทที่มีการกระจายสินค้าเพิ่มขึ้นต้องขาดรายได้ หรือพูดง่าย ๆ คือตกงาน
3.ในการกระจายสินค้า สมาชิกเมื่อเห็นว่าใช้ดีก็จะบอกต่อไปยังคนที่รัก เช่น พ่อ แม่ พี่น้อง ญาติสนิท เพื่อนฝูง แต่ในการกระทำของ สคบ.และ DSI ครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียง ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ของคนที่เรารักและรักเรา ทำให้ดูเหมือนว่าเราเป็นคนหลอกลวง นำสินค้าไม่ดีไปให้ ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นในข้อนี้ประเมินค่าไม่ได้
หากทาง สคบ.และ DSI ยังเพิกเฉยมิยอมชี้แจงข้อข้องใจหรือยังดื้อดึง ระงับไม่ให้ทางบริษัทดำเนินการได้ตามปกติ สมาชิกปูแดงที่ได้รับความเดือดร้อนและเสียหายทุกคนจะแจ้งความเรียกร้องค่า เสียหายที่เกิดขึ้น ณ.เวลานี้ประชาชนคนรากหญ้า คนทำมาหากิน เดือดร้อน กันมาก อยากให้ผู้มีใจรักความเป็นธรรม ช่วยตรวจสอบ ด้วย

วันที่ตั้งกระทู้ 28/1/2553 16:16:45
มีการเปิดแล้ว 247 ครั้ง เจ้าของกระทู้ ทนายคลายทุกข์

ความคิดเห็นที่ 14
ชาวนา , 28 มกราคม 2553 10:17
เดี่ยวนี้นวตกรรมของเกษตรกรเขาไปถึงไหนแล้ว สคบ. dsi โครตมั่ว ลองไปถามชาวบ้านที่เขาใช้ก่อน ว่าปลดหนี้ปลดสินได้ไหมบางคนใช้แล้วปลดได้เป็นล้านๆๆๆก็มี

ความคิดเห็นที่ 13 เบื่อคนขายชาติ , 27 มกราคม 2553 20:00
ผมอยากให้ทาง DSI และ สคบ นั้นได้คิดกันสักนิดนะว่าจมูกของพวกทานมีอะไรแขวอยู่หรือป่าว ถ้าไม่มีก็คงต้องเป็นกลางนะ (ถ้างั้นบริษัททั้งหมดที่เป็นขายตรงต้องถูกปิด) สมอง.......................

ความคิดเห็นที่ 12
คนเดช , 27 มกราคม 2553 12:32
จริงจริงแล้ว
* สคบ.ควรคุยกันดีดีหรือแจ้งเตือน บ.เบทส์ 59 ก่อนทำงานไปตามขั้นตอนสิคุณ ไม่จำเป็นต้องประสานกับ DSI เลย เอ้อ ถ้า บ.ไม่ได้ทำตามเงื่อนไขก็ค่อยบุกจับสิ นิอะไร DSI คงอยากได้หน้ามากคิดว่าใหย่แล้วทำไรได้ละสิ พอโดนตอบโต้กลับพูดไม่ตรงประเด็นอ้อมแม่น้ำทั้ง5ข้อมูลขายตรงยังไม่รู้เรื่องจริงทำเป็นพูดโดยเฉพาะ * หน้าตายปิยะวัด กิ่งเกต หัดคิดก่อนพูดบ้าง ตำแหน่งสูลเสียป่าว55

ความคิดเห็นที่ 11 คนรักปูแดง , 26 มกราคม 2553 15:49
สคบ และ dsi ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่ใช้ปูแดง ก็ไม่เห็นว่าจะเดือดร้อนอะไรกับปูแดง สินค้าเขาก็ดี ไปซื้อทีไรก็ได้ของมาทุกครั้ง ไม่เห็นมีใครมาหลอก เห็นศุนย์ปูแดงที่อยู่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เห็นเขาขายดีอาทิตย์หนึ่งก็เห็นรถ 10 ล้อมาส่งเอาๆ ไม่ทราบเขาจะเป็นแชร์ลูกโซ่ตรงไหน เพราะสินค้าเขาขายดีจริงๆ เพราะสินค้าเขาขายดีเขาถึงมีเงินจ่ายสมาชิกเขา กรุณาตรวจสอบก่อนค่อยมาจับเขา ประเทศชาติจะได้เจริญ

ความคิดเห็นที่ 10 สมาชิกปูแดง อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:39
ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง เรียนไม่สูง เหมือนพวกใส่สูท เป็นลูกคนยากจน แต่มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ ชาติ ที่ตัวเองอาศัยอยู่ มีจิตใจ คิดช่วยเหลือ เกษตรกร กระดูกสันหลังของชาติ ให้ได้มีโอกาสเงยหน้ามาดูท้องฟ้า ได้อยู่ดี กินดี มีเงินมาใช้หนี้ สมาชิกในครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้ากันในครอบครัว ไม่ต้องกระจัดกระจาย กันไปทำมาหากินคนละทิศคนละทาง พวกท่านที่กำกฎหมายอยู่ในมือ ขอให้รักษาความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายไทย ให้มีความศักดิ์สิทธิ์ ต่างชาติเขาดูถูกกฎหมายไทยมานานแล้วว่าไม่มีความศักดิ์สิทธิ์ เชื่อถือไม่ได้ อย่าให้คนไทยด้วยกันต้องมีความรู้สึก เกลียดกฎหมายไทย ไปอีกกลุ่มหนึ่ง ไม่มีความสามารถรักษากฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ได้ ก็ให้อยู่เฉย ๆ ดีกว่า อย่าคิดทำลายคนไทย ประเทศไทย เดี๋ยวไม่มีแผ่นดินจะอยู่ สงสารรุ่น ลูกหลาน ของท่านบ้าง เขาต้องมารับกรรม

ความคิดเห็นที่ 9 คนเครือข่าย , 26 มกราคม 2553 15:34
dsi สคบ ท่านบอกปูแดงผิดเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ แต่ท่านยังไม่ตรวจสอบเลยว่า จริงๆแล้วเงินปันผลที่เขาจ่ายสมาชิก ได้มาจากที่ใด แต่ท่านจับเขาก่อนแล้วค่อยมาตรวจสอบ ท่าน สคบ ออกข่าวทางข่าวออนไลน์ท่านก็ยังตอบไม่ได้ว่าปูแดงเขาเอาเงินส่วนไหนมาจ่ายได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน น่าอายเหลือเกิน แต่คนที่ทำธุรกิจปูแดงเขาจะรู้ ว่าเงินที่เขาจ่ายไปเขาได้ของมา และเขาใช้ดีได้ผลกับพืชของเขา เขาก็ซื้อซ้ำ รหัสถึงได้มีเป็นล้าน ถ้าใช้ไม่ดีเขาจะเสียเงินไปทำไม หรือจะให้เเอไปถมที่ เพราะดินมันเสื่อมจากการใช้เคมีมากี่ 10 ปีแล้วท่าน

ความคิดเห็นที่ 7 คนกันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 15:22
ถ้าท่าน สคบ และ dsi ไม่สามารถช่วยคนไทยได้ ก็ขอให้อยู่เฉย ๆ อย่าคิดทำร้ายเกษตรกรไทย ผู้ยากจน และตกทุกข์ มาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ จะขอบคุณมาก ๆๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 6 คนเขาพระวิหาร , 26 มกราคม 2553 15:16
ดร.วิชาญ จำปาขาว อ.ธนาพัท กิจใบ ประธาน สมปอง แซ่ตั้ง บุคคล 3 ท่านนี้ คือผุ้ที่จะพลิกชะตาชีวิตเกษตรกร ของประเทศไทย ให้อยู่ดี กินดี มีเงินใช้หนี้ ประเทศไทย จะแข็งแรง

ความคิดเห็นที่ 5 somjit , 26 มกราคม 2553 14:44
ขอร้องเรียนบ้าง ล๊อตเตอรรี่ ขายเกินราคา ขอให้ปิดกองสลากไปเลย กล้าหรือเปล่าล่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 somjit , 26 มกราคม 2553 14:40
ไม่น่าจะมีหรอกครับ และที่อ้างว่ามีผู้เสียหายร้องเรียน ก็ไม่มีอีกเช่นกัน เพราะสินค้าใช้แล้วได้ผลจริง ขนาดโดนแบบนี้ ยังมีสมาชิกมาขอซื้ออยู่เสมอ ข้าราชการประจำที่มาทำกับปูแดงมีมากมาย คนระดับนี้คงไปหลอกเขาไม่ได้แน่นอน อยากให้ปิดบริษัทอื่นด้วย โดยให้ทำเหมือนกับทำที่ปูแดง อยากจะรู้ว่า สคบ.และdsi จะกล้าทำหรือไม่

ความคิดเห็นที่ 3
วิช กันทรลักษ์ ศรีสะเกษ , 26 มกราคม 2553 14:14
ท่านทั้ง 3 สู้ๆครับ เราชาวกันทรลักษ์ ศรีสะเกษ พร้อมสู้เพื่อความถูกต้อง และต้องเป็นธรรม ใช่ไหมพี่น้องปูแดง