วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553

การหาเงินทางเน็ต ที่นิยมทำกันในปัจจุบัน

การหาเงินทางเน็ต ที่นิยมทำกันในปัจจุบัน
พวกเซียนทั้งหลายเขาหาเงินกันแบบนี้ครับ

วิธีที่ 1. สร้างเว็บไซต์ขึ้นมา โปรโมตให้ดัง (อย่างที่พวกเรารู้กัน) เมื่อดังแล้วเงินก็มาเอง โดยที่นั่ง ๆ นอน ๆ ทำงานวันละไม่กี่ชั่วโมง แต่แน่นอน ช่วงแรกจะเหนื่อยมากถึงมากที่สุดกว่าเว็บจะดัง ก็มีรายได้จากโฆษณาเดือนระดับหลักหมื่นบาทวิธีนี้มีเทคนิคที่สามารถสร้าง traffic (คนเข้าเว็บ) ให้เว็บดังได้ มีคนเข้าอย่างน้อยระดับ 1,000 คนถึงหลายพันคนต่อวัน ภายใน 2 เดือน เทคนิคนี้พวกเซียนเขารู้กัน

วิธีที่ 2. ทำเว็บไซต์ e-commerce สามารถทำได้ทั้งระดับประเทศและระดับสากล ระดับประเทศทำให้สำเร็จง่ายมาก ใช้เวลาทำเดือนสองเดือนก็สร้างยอดขายอัตโนมัติทุกเดือนได้เลยเ(พราะมีการแข่งขันน้อยมาก) จนถึงใช้เวลาทำนานเป็นปีถ้าต้องเปิดตลาดใหม่เพื่อแนะนำสินค้าบริการอันใหม่ให้รู้จักกันทั่วถึง ระดับสากลจะทำยากกว่าแต่ตลาดจะใหญ่มาก รายได้จะมหาศาลรายได้ระดับประเทศก็จะหลายหมื่นถึงหลายแสน ที่ผมเห็นคนไทยทำโดยทั่วไป ส่วนรายได้ระดับสากลระดับห้าแสนถึงหลายสิบล้านต่อเดือน เวลาทำตอนแรกจะต้องเหนื่อยมาก ก่อนที่จะสบายตอนหลังเมื่อระบบการตลาดมันเดินด้วยตัวของมันเอง case study ระดับประเทศเช่น เว็บขายถุงยาง, เว็บชุดชั้นในวาบหวิว ฯลฯ case study ระดับสากลเช่น thaigem, เว็บขายอุปกรณ์มวยไทย ฯลฯ

วิธีที่ 3. ทำอีเบย์หรือ auction อันนี้มีตัวอย่างความสำเร็จมากมายของคนไทย เป็น power seller กันแยะ ข้อมูลไปดูที่ http://thaiebay.siambiz.com รายได้ระดับ 40,000 - หลายแสน อาจถึงระดับล้าน(บางคน)ช่วงต้นก็ต้องลำบากมากๆๆๆ เหมือนเคยเพราะต้องทดลองตลาดที่ขายได้จนเจอ(เสีย cost ไปไม่น้อย) ก่อนที่จะสบาย คือเมื่อจับตลาดสินค้าได้แล้ว ก็เป็นแหล่งทองที่สามารถขุดได้เรื่อย ๆ ไปอีกนาน

วิธีที่ 4. พวกทำ affiliate program ทั้งด้วยเว็บไซต์และ google adwords รายได้ตรงนี้มีตั้งแต่ระดับ 1,000 ดอลล่าร์ ถึง หลายแสนดอลล่าร์(พวกโครตเซียน ส่วนมากจะเป็นฝรั่ง)affiliate program คือ การหารายได้โดยการที่คุณไปตกลงกับเจ้าของสินค้าว่าจะแนะนำช่วงหนึ่ง ๆ (แล้วแต่เงื่อนไขของบริษัทเขา)ถ้าลูกค้าซื้อสินค้าผ่านเว็บของคุณ คุณก็จะได้ค่าคอมมิชชั่นตามที่ตกลงไว้ตัวอย่างสินค้าที่คุณสามารถเลือกโปรโมตได้มีตั้งแต่สากยันเรือรบ เป็นสินค้าบริษัทยักษ์ใหญ่มากมายเท่าที่คุณจะนึกออก เช่น ebay, dell, morgan ลูกค้าให้ โดยการทำ
link ไปยังเว็บของเขา ลูกค้าจะถูก track ด้วย cookie เป็นระยะเวลา stanley ฯลฯรายละเอียดต่าง ๆ มีมากมาย มีคนสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้กันหลายแสนคนทั่วโลก มีระบบการทำและให้คำแนะนำกันมากมาย และแน่นอนทำไม่ง่ายอีกเช่นเคย จะว่าไปถึงขั้นให้สำเร็จยากเลยล่ะ แต่ถ้าทำสำเร็จเมื่อไร รายได้ที่ได้จะ automatic อย่างมากมายทันทีแม้คุณจะนั่งกินนอนกินทั้งปีก็ตาม

วิธีที่ 5. รายได้จาก google adsense google adsense คือการเข้าร่วมการโฆษณาของกูเกิ้ลในเว็บไซต์ของคุณ โดยที่คุณยอมเสียพื้นที่โฆษณาของคุณให้กูเกิ้ลลง คุณจะได้รายได้เมื่อมีคนคลิก (ทำได้เฉพาะเว็บภาษาอังกฤษ) โดย google จะเป็นคนจ่ายให้คุณวิธีนี้มีคนนับล้านคนหารายได้เสริมจากทางนี้ พวกเซียน ๆ (ที่ไม่ใช่บริษัทใหญ่ ๆ แต่เป็นคนทั่วไปแบบเรานี่ล่ะ)มีรายได้สบาย ๆ จากทางนี้ขั้นต่ำเดือนละ 1,000 ดอลล่าร์ถึงหลายหมื่นดอลล่าร์ กันหลายคนวิธีการสร้างเว็บเป็นภาษาอังกฤษเหมือนจะยุ่งยาก แต่มันก็มีเทคนิคการสร้างเช่นกัน ให้เสร็จภายในระยะเวลาไม่นาน โดยมีเนื้อหานับร้อย ๆ หน้า หรือจะไปซื้อจาก ebay ก็มีขายเยอะแยะแต่ที่ยากคือการโปรโมตให้คนเข้ามาเยอะ ๆ แต่พวกเซียน ๆ ก็มีสารพัดเทคนิคทำสำเร็จภายในไม่กี่เดือน แต่ก็เหมือนเดิม ต้องเหนื่อยมาก ๆ ค่อนข้างยากในตอนแรก

วิธีที่ 6 : รายได้จาก domain seller จะมีพวกเซียนที่ทำการจดโดเมนสวย ๆ มาขายต่อในราคาแพง พวกนี้เก่งจริง ๆ แล้วมีประสบการณ์ในการรู้มูลค่าของชื่อได้ดี และรู้ระบบการตลาดในการขายที่เยี่ยมยอด ที่ผมเห็นหลายรายจดโดเมนมา $10 ขายต่อไปในราคา $100 – หลายพันดอลล่าร์ บางชื่อระดับหมื่นดอลล่าร์ (อย่างเว็บ Thailand.com ซื้อมาในราคาร้อยล้านบาท) คนที่ทำกันจริงจังมีโดเมนอยู่ในมือนับหลายร้อยชื่อเลยทีเดียว แต่ต้องมีประสบการณ์ไม่งั้นก็อาจเจ๊งได้ง่าย ๆ เช่นกันเพราะต้นทุนเยอะ

วิธีที่ 7. รายได้จาก parking domain พวกนี้จะไปจดโดเมนดัง ๆ ที่หมดอายุแล้วเจ้าของไม่ต่อ แล้วเอาไป parking คือฝาก dns ไว้ที่ sedo.com เวลามีคนเข้าเว็บมาก็จะเจอหน้า parking ที่มีโฆษณา แล้วก็ได้รายได้เป็น pay per click พวกเซียน ๆ จะมีเป็นร้อยโดเมนเลยทีเดียว สร้างรายได้ให้เขาระดับนับหมื่นดอลล่าร์ต่อเดือนสบาย ๆ โดยวัน ๆ ไม่ต้องทำอะไรและแน่นอนมันก็ไม่ง่ายอีกเช่นกัน แม้แต่ละวันจะมีโดเมนที่หมดอายุนับหมื่นชื่อทุกวัน แต่ก็มีคนพวกนี้ที่มีเครื่องมือชั้นยอดคอยจ้องฉกเว็บชิ้นปลามันไปกินมากมาย

วิธีที่ 8. รายได้จากการขาย ebook หรือ software (ส่วนมากจะเป็น ebook) พวกนี้จะเขียน ebook ขึ้นมาเล่มนึง แล้วก็ไปเช่าเว็บโฮส เขียน selling killer ads เป็นโฆษณาแบบ sale letter ที่อ่านแล้ว โอ้โห มันยอดมาก สุดยอดอะไรเช่นนี้ ทำให้อยากซื้อมาก ๆ แล้วก็สามารถจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตแล้ว download สินค้าได้ทันทีเลยวิธีนี้สำคัญที่ sale letter ads page กับการโปรโมต ถ้าโปรโมต traffic อย่างถูกวิธี พวกเซียน ๆ อีกเช่นเคย ทำมาจนเซียน อยากหาเงินเมื่อไรก็ได้ เพราะเขาบรรลุวิธีการตลาดหมดแล้ว สามารถโปรโมตอีบุ๊คธรรมดาทั่ว ๆ ไปให้มียอดขายได้ไม่ตำกว่า300-1000 sale download ราคาต่อเล่มประมาณ $30-$100 มีรายได้ต่อเดือนประมาณ $9,000 ถึง 100,000 ดอลล่าร์ เลยทีเดียวความ

จริงยังมีวิธีอื่น ๆ อีกครับ แต่เอาแค่นี้ก็พอละ เพราะทั้งหมดนี้เป็นตัวหลัก ๆ ในการหารายได้ทางเน็ตแล้ว คนที่คิดหารายได้ทางเน็ต หันมาทำอะไรแบบจริงจัง ได้ความรู้ มีสาระดีกว่าเนอะ

******* แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม จงจำไว้เหอะครับว่า มันไม่มีอะไรที่ได้มาง่าย ๆ หรอกครับ ล้วนต้องลงมือลงแรง ลงสมอง-ความรู้ ด้วยกันทั้งนั้นล่ะครับ หวังได้เงินมาง่าย ๆ ก็จะมีรายได้แบบเรียบ ๆ ง่าย ๆ เท่านั้นล่ะครับ

********บอกได้เลยว่าที่พวกเซียนทำกันได้ ก็เพราะ “ทรัพย์สินทางปัญญา” ล้วน ๆ ที่มีมูลค่ามหาศาลมากจนนับไม่ได้ แล้วทรัพย์สินอันนี้มันไม่ได้มาง่าย ๆ แน่นอนครับ ถ้าไม่ขยันแบบสุด ๆ ชอบแบบบ้าคลั่ง แล้วก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ ความจริงถ้ามีคุณสมบัติพวกนี้ก็ไม่จำเป็นต้องมาหารายได้ทางเน็ตหรอก ทำอะไรมันก็สำเร็จทั้งนั้นหละจบจ้า

จาก Pantip .com

"ปูแดง" สตูลแจ้งความเอาผิด DSI และ สคบ.

แดงสตูลแจ้งความเอาผิดDSI-สคบ.
26 มค. 2553 14:52 น.

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ม.ค.53 สมาชิกและผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ปูแดง ไคโตซาน กว่า 30 คน นำโดยนาย จรัส ง๊ะสมัน และนาย นิธิ หวันสู สมาชิกปูแดงฯพื้นที่อ.ละงู ได้เดินทางเข้าแจ้งความต่อร.ต.อ. ทัศพล สุวรรณบูลย์ ร้อยเวรสภ.ละงู จ.สตูล ให้ดำเนินคดีกับ ส.ค.บ และดี.เอส.ไอ ที่สั่งปิดบริษัทเบส 59 ที่จำหน่ายสินค้าปูแดง ไคโตซาน ซึ่งการปิดบริษัทดังกล่าว ส่งผลต่อเกษตรกรผู้ใช้สินค้าและสมาชิก เนื่องจากไม่มีสินค้าใช้
นายนิธิ หวันสู อายุ 39 ปี ตัวแทนสมาชิกปุ๋ยปูแดงฯ กล่าวว่า ขณะนี้เกษตรกรทั้งผู้ปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ต่างได้รับความเดือดร้อน โดยที่จ.สตูลเรามีสมาชิกกว่า 1 , 000 คนและมีลูกค้าที่ประทับใจในตัวสินค้าซึ่งเป็นสินค้าที่สกัดจากธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์เพิ่มผลผลิตพืชและสัตว์โตเร็ว ไม่มีสารพิษต่อคนและสัตว์ ใช้กับพืชและสัตว์ทุกชนิด พวกเราชาวสวนยางและสวนปาล์มรวมทั้งผู้เลี้ยงสัตว์เดือดร้อนมาก เพราะใช้สินค้าแล้วไม่ได้ใช้ต่อเนื่อง เราใช้สินค้านี้น้ำยางได้เพิ่มขึ้น และมีคุณภาพขึ้น รวมทั้งเราเองก็ปลอดภัยจากสารพิษ หน่วยงานรัฐทำเช่นนี้ไม่รับผิดชอบ อยากให้ลงมาสัมผัสกับเกษตรกรว่า เขาเสียประโยชน์หรือไม่ ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในห้องแอร์ ให้ลงมาสัมผัสของจริงบ้าง
ขณะที่นาย จรัส ง๊ะสมัน อายุ 54 ปี สมาชิกปูแดง จ.สตูล กล่าวว่า การเดินทางมาแจ้งความในครั้งนี้เพราะการสั่งปิดบริษัทดังกล่าวทำให้เกษตรกรและตัวแทนผู้ขายตรงได้รับความเดือดร้อน โดยขณะนี้สมาชิกทุกพื้นที่ทุกจังหวัดได้เข้าแจ้งความกันทุกจังหวัดซึ่งทั่วประเทศก็มีหลายหมื่นคน โดยให้ตำรวจดำเนินการตามกฎหมายทั้งอาญา และแพ่งด้วยเพราะชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้ผู้ที่มาแจ้งความลงชื่อและลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานต่อไป

3 ผู้บริหาร “ปูแดง ไคโตซาน” มอบตัวสู้คดีแชร์ลูกโซ่ ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างถึงที่สุด

คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
นายสมปอง แซ่ตั้ง ประธานกรรมการ บริษัทเบสท์ 59 จำกัด

3 ผู้บริหาร “ปูแดง ไคโตซาน” พร้อมทนาย เข้ามอบตัวสู้คดีแชร์ลูกโซ่ปูแดง ดีเอสไอจับทำประวัติ-พิมพ์ลายนิ้วมือ แจ้งข้อกล่าวหา ก่อนวางเงื่อนไขปล่อยตัวชั่วคราว 2 ข้อ ห้ามปลุกม็อบ-เคลื่อนย้ายเอกสาร โฆษกดีเอสไอมั่นใจหลักฐานน่าเชื่อถือกระทำความผิดจริง รับยังมีผู้เสียหายหลายคนยังไม่รู้ว่าถูกหลอก

วันนี้ ( 26 ม.ค.) ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีดีเอสไอ และโฆษกดีเอสไอ แถลงข่าวความคืบหน้าการดำเนินคดีต่อบริษัท เบสท์ 59 จำกัด ผู้ผลิตสินค้ายี่ห้อปูแดงไคโตซาน ซึ่งถูกจับกุมตรวจค้น ฐานกระทำการเข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและมีลักษณะเป็นแชร์ลูกโซ่ว่า นอกจากนายเนตินันท์ ประดิษฐ์ชัย ที่ถูกควบคุมตัวไปก่อนหน้านี้ ในวันนี้ (26 ม.ค.)ผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับอีก 3 คน คือ นายสมปอง แซ่ตั้ง ประธานกรรมการบริษัท, นายธนาพัทน์ กิจใบ และนายวิชาญ จำปาขาว พร้อมทนายได้เดินทางเข้ามามอบตัวเพื่อขอต่อสู้คดีด้วยตัวเอง ซึ่งสำนักคดีอาญาได้ดำเนินการตามขั้นตอนคือทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือ พร้อมทั้งบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาเข้าข่ายเห็นการกระทำผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.343 และ ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ตาม พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ม.4, 5, 12 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา ม.83

พ.ต.อ.ณรัชต์ ยืนยันว่าที่ผ่านมาการดำเนินการตรวจค้นจับกุมของ พ.อ.ปิยะวัฒก์ กิ่งเกตุ ผบ.สำนักคดีอาญาพิเศษ เป็นไปตามพยานหลักฐานซึ่งเพียงพอต่อการแจ้งข้อกล่าวหาได้ โดยเฉพาะกรณีดังกล่าวเมื่อเทียบเคียงกับคดีแชร์ลูกโซ่ที่เคยดำเนินคดีพบว่ามีลักษณะเช่นเดียวกัน ทั้งนี้ เงื่อนไขการปล่อยตัวชั่วคราวในชั้นนี้ พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า มี 2 เงื่อนไขคือห้ามเข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเคลื่อนย้ายเอกสารหลักฐาน และห้ามอยู่เบื้องหลังการปลุกปั่นยุยงให้สมาชิกเครือข่ายรวมตัวกันเคลื่อนไหว หากผิดเงื่อนไขสามารถถอนการให้ประกันตัวชั่วคราวได้ (ดีเอสไอจะกลัวทำไม ถ้าประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม ประชาชนจะออกมาเรียกร้องหาความเป้นธรรม ตากฏกหมายอยู่แล้ว หรือท่านใช้กฏหมายและอำนาจได้เพียงฝ่ายเดียว?)

พ.ต.อ.ณรัชต์ ย้ำว่า ด้วยการประสานความร่วมมือในการจับกุมถึง 4 หน่วยงานคือดีเอสไอ, สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.), กลุ่มงานป้องปราบการเงินนอกระบบ สำนักงานปลัดกระทรวงการคลัง และกรมวิชาการเกษตร ทำให้การตรวจสอบเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริงที่น่าเชื่อถึงการกระทำความผิด แม้ขณะนี้ยอมรับว่ายังมีผู้เสียหายหลายคนยังไม่ตระหนักว่าตัวเองเป็นผู้เสียหาย เพราะถือว่าสายโซ่ของขบวนการยังไม่ขาด สมาชิกบางส่วนยังได้เงินปันผลปกติด้วยการเอาเงินจากสมาชิกรายใหม่ไปจ่ายให้รายเก่า แต่เมื่อใดที่สายโซ่ขาดเพราะเมื่อนั้นผู้เสียหายก็จะรู้ตัว พร้อมชี้แจงข้อแตกต่างระหว่างการขายตรงกับแชร์ลูกโซ่ว่า โดยหลักการขายตรงจะเน้นการขายตัวผลิตภัณฑ์ รายได้หลักหรือผลประโยชน์ตอบแทนต้องมาจากการกระจายสินค้าไปสู้ผู้บริโภคอย่างแท้จริง ซึ่งการขายตรงสามารถขยายองค์กรด้วยการหาสมาชิกเครือข่ายในการประกอบธุรกิจขายตรงได้ แต่ต้องไม่กำหนดให้ได้รับผลตอบแทนเป็นรายได้หลักจากการแนะนำผู้จำหน่าย หรือตัวแทนขายตรงเข้าร่วมเป็นเครือข่าย (ทุกบริษัทขายตรงก็มีแผนการตลาดที่ประกาศให้สมาชิกทราบถึงผลตอบแทนอยู่แล้ว)