วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

มา “ปลุกยักษ์” กันเถอะ ฉบับที่ 157

มา “ปลุกยักษ์” กันเถอะ ฉบับที่ 157

คนเรามีสิ่งที่อยากได้ อยากดี อยากมี อยากเป็น มากมาย แต่ทำไมมีคนจำนวนไม่มากที่สามารถทำได้?

ในงานสัมมนา “ปลุกยักษ์” ของดิฉันนั้น จะมีผู้มาเข้าร่วมสัมมนาจำนวนหลายร้อยคน ซึ่งมากันทั่วทุกสารทิศ ทั้งภาคเหนือ ภาคอิสาน ภาคตะวันออก ภาคตะวันตก และภาคใต้ นั่งรถทัวร์มากันบ้าง เหมารถตู้มากันหลายคันรถบ้าง นั่งเครื่องบินมาบ้าง บางกลุ่มก็มากันที 20-30 คน

เวลาถามว่า “ใครอยากประสบความสำเร็จในชีวิตบ้าง?” ก็จะมีคนยกมือขึ้นพรึ๊บเกือบทั้งห้อง ยิ่งถามว่า “ใครอยากรวยบ้าง?” บางคนถึงกับยก 2 มือเลย!!

ถ้าเรามีแค่คำว่า “อยาก” สำเร็จ หรือ “อยาก” รวย แล้วทำให้เรา “สำเร็จ” หรือ “รวย” ป่านนี้คงมีคนรวยเดินชนไหล่กันเต็มท้องถนนไปหมดแล้ว ใช่ไหมคะ? .. มันไม่ง่ายแค่นั้นหรอกค่ะ เราต้องทำอะไรบางอย่างที่มากกว่าแค่คำว่า “อยาก”

และความจริงแล้วความ “อยาก” ก็มีตั้งหลายระดับ “อยากน้อย อยากมาก กับ โคตรอยาก” .. แล้วคุณล่ะ.. “อยาก” ระดับไหนคะ?

ดิฉันมักจะพูดอยู่เสมอว่า ชีวิตของคนเราเหมือนการไต่ขึ้นภูเขาที่ไม่มียอด เราสามารถประสบความสำเร็จได้มากขึ้นเรื่อยๆ มั่งคั่งร่ำรวยได้มากขึ้นเรื่อยๆ มีความสุขที่ลึกซึ้งได้มากขึ้นเรื่อยๆ

สิ่งสำคัญอยู่ที่ เราต้องเป็นคนที่ “อยากไต่” อยากก้าวหน้า อยากสำเร็จ อยากร่ำรวย และเราจะต้องเป็นคนที่ “ลงมือไต่” ด้วยตัวของเราเอง!!

หลายคนอยากก้าวหน้า อยากประสบความสำเร็จมากกว่าเดิม แต่ไม่ยอมทำงานหนัก ต้องไปติดต่อลูกค้าไกลหน่อย ก็ไม่ไป ต้องเรียนรู้พัฒนาตัวเองเข้าสัมมนาบ้าง ก็ไม่เอา หนังสือไม่เคยอ่าน

คนส่วนใหญ่ชอบทำงานง่ายๆสบายๆ ไม่อยากให้ตัวเองต้องลำบากหรือเหนื่อยยากเกินไป บางคนก็ติดอยู่กับความเคยชินเดิมๆ งานเดิมๆ คนเดิมๆ เส้นทางเดิมๆ หรือเรียกว่าติดอยู่ใน Comfort Zone นั่นเอง!!

จำไว้นะคะว่า “ระดับความสำเร็จและระดับความมั่งคั่งร่ำรวยขึ้นอยู่กับขนาดของพื้นที่ Comfort Zone ที่เรามี” ถ้าพื้นที่ความเคยชินของเรามีขนาดเล็กมาก เราก็จะประสบความสำเร็จได้น้อยมาก คนที่จะประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่คือคนที่ขยายขนาดพื้นที่ Comfort Zone ของตัวเองออกไป

คนที่ประสบความสำเร็จเขายินดีที่จะทำในสิ่งที่คนไม่สำเร็จไม่อยากทำ

คนที่ไม่สำเร็จประปล่อยให้อารมณ์ต่างๆเข้าครอบงำ เช่น ถ้าวันนี้รู้สึกขี้เกียจ ยังไม่อยากทำงาน ก็จะไม่ทำ
ในขณะที่คนสำเร็จจะ “ลงมือทำทั้งๆที่ไม่มีอารมณ์ทำ”!!

คนที่ไม่สำเร็จจะปล่อยให้ความกลัวหยุดยั้งเขาจากการลงมือทำสิ่งต่างๆ แต่คนที่สำเร็จจะ “ลงมือทำทั้งๆที่กลัว”!!

คนไม่สำเร็จจะปล่อยให้ตัวเองคิดลบ หมดพลังใจ ห่อเหี่ยวจิตตก แต่คนสำเร็จจะคิดบวก รักษาพลังใจของตัวเองไว้ จดจ่อที่จุดหมาย

คนไม่สำเร็จจะลังเล สงสัย ขาดความเชื่อมั่นในตัวเอง แต่คนสำเร็จจะสร้างพลังความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในตัวของเขา

คนไม่สำเร็จจะยอมพ่ายแพ้ต่อปัญหาและอุปสรรคระหว่างทางที่เขาพบเจอ แต่คนสำเร็จจะ “ยืนหยัดจนกว่าจะสำเร็จ”!!

คนไม่สำเร็จจะปล่อยให้ “ยักษ์” ในตัวเองนอนหลับใหลขี้เซาต่อไป แต่คนสำเร็จจะ“ปลุกยักษ์” ในตัวเองให้ตื่นขึ้นมา

คนที่ประสบความสำเร็จเขาจะทำทุกอย่างที่จำเป็นต้องทำ เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เขาปรารถนา เขาจะยอมลงทุน ทั้งเวลา เงินทอง แรงกาย แรงใจ ยอมเหนื่อย ยอมลำบาก ยอมอดทน เพื่อแลกกับความสำเร็จที่เขาใฝ่ฝัน

ดิฉันเองก็เคยเป็นคนที่เหลาะแหละ เหยาะแหยะ จับจด ไม่มุ่งมั่น และไม่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ต้องการ ดิฉันรู้สึกเสียใจและเจ็บปวดที่ตัวเองเป็นแบบนั้น ดิฉันจึงตัดสินใจที่จะ “ปลุกยักษ์” ที่ขี้เซา ขี้เกียจ ขี้กลัว ให้ “ตื่น” ขึ้นมามีพลังอย่างเต็มเปี่ยม!!

ดิฉันสามารถใช้พลังและศักยภาพภายในที่ซ่อนเร้นอยู่ได้มากขึ้นแบบน่ามหัศจรรย์ ดิฉันได้มีโอกาสสร้างแรงบันดาลใจ ถ่ายทอดวิธการ “ปลุกยักษ์” ในตัวเราเองให้กับผู้คนนับแสนมาแล้วทั่วประเทศ ดิฉันมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือคนที่เป็นเหมือนดิฉันสมัยก่อน ให้เขาสามารถลุกขึ้นมาสร้างผลลัพธ์แบบใหม่ในชีวิต มีความมุ่งมั่นในการลงมือทำสิ่งที่ฝันให้เป็นความจริง!!

ลองคิดดูซิคะ ถ้า “ยักษ์” ในตัวของเราตื่นขึ้นมา ชีวิตของเราจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็วมากขนาดไหน!!

เชื่อไหมคะว่ามีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเขาได้เข้าสัมมนา “ปลุกยักษ์” แล้วบอกว่า “ยักษ์ในตัวหนูตื่นขึ้นมาแล้วค่ะ ขอบคุณอาจารย์มากๆ ขอบคุณจริงๆ!!”

รีบ “ปลุกยักษ์” ในตัวคุณให้ตื่นขึ้นมาเถอะค่ะ!!

แล้วคุณจะตื่นเต้นที่ได้พบกับตัวตนที่ยอดเยี่ยมและยิ่งใหญ่ซึ่งอยู่ภายในตัวของคุณเอง!!!

สร้างชีวิตที่ใฝ่ฝัน ฉบับที่ 155

สร้างชีวิตที่ใฝ่ฝัน ฉบับที่ 155

อยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง อยากมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม อยากเป็นคนเก่ง อยากประสบความสำเร็จ อยากมีเงินทองใช้เยอะๆ . . แต่ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร??? . .

ยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร เก่งอะไรเป็นพิเศษ หรืออยากทำอะไรจริงๆ!?!

หลายคนใช้ชีวิตแบบไม่มีจุดมุ่งหมาย ขาดความกระตือรือร้น ไม่มีมีชีวิตชีวา ไม่มีแรงบันดาลใจ ไม่มีพลัง!! . .

บางคนอาจจะมีความฝันอยู่บ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าจะทำให้มันเป็นความจริงได้อย่างไร? . . เพราะไม่มีคนคอยชี้แนะ ไม่มีคนให้การสนับสนุน! . .

บางคนก็ไม่กล้าลงมือทำ เพราะขาดความมั่นใจ รู้สึกว่าตัวเองยังเก่งไม่พอ ยังดีไม่พอ! ..
บางคนไม่กล้าแม้แต่จะคิด ไม่กล้าแม้แต่จะฝัน เพราะรู้สึกว่ามันไกลเกินเอื้อม มันเป็นไปไม่ได้!
แล้วคุณล่ะคะ! . . ตอนนี้คุณอยู่จุดไหนของชีวิต?

กูรูที่เก่งๆทุกคนสอนเทคนิคที่ทรงพลังมากอย่างหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้เป็นหนทางลัดสั้น เพื่อนำพาเราไปสู่ความสำเร็จคือ การ Modeling หรือ “การลอกแบบ” ทำตามคนที่ทำสำเร็จแล้วในสิ่งที่เราอยากทำ

ถ้าอยากเป็นคนมีเสน่ห์ ลองมองหา “ต้นแบบ” คนที่เราชื่นชอบ คนที่เขามีเสน่ห์ในความรู้สึกของเรา แล้วสังเกตรูปแบบวิธีคิด วิธีการมองโลกของเขา สังเกตวิธีการที่เขาแสดงออก การปฏิสัมพันธ์กับผู้คน การพูดจา การใช้ภาษากายของเขา แล้วพยายามทำเลียนแบบเขา ฝึกไปเรื่อยๆ เราก็จะสามารถมีเสน่ห์เหมือนเขาได้เช่นกัน สมัยเป็นเด็กนักเรียน ดิฉันเคยใช้เทคนิค “การลอกแบบ” โดยที่ดิฉันไม่รู้ตัว!

ตอนที่ดิฉันเรียนมัธยมต้นอยู่ที่รร.สาธิตปทุมวัน ดิฉันเป็นเด็กนักเรียนที่ค่อนข้างจะเงียบๆ เรียบร้อย รู้สึกตัวว่าเป็นคนที่ไม่มีเสน่ห์ ไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครเข้ามาหาเรา แล้วเราก็สังเกตเห็นเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาดูเป็นคนมีเสน่ห์ เพื่อนคนอื่นๆชอบเข้าไปคุยกับเขา

ดิฉันอยากจะมีเสน่ห์ อยากเป็นคนน่ารักแบบเขาบ้าง ดิฉันจึงเริ่มสังเกตวิธีการพูด วิธีการเดิน วิธีการยิ้ม และการแสดงออกอื่นๆของเขา

ดิฉันสังเกตเห็นว่าเขาเป็นคนมีชีวิตชีวา ยิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา เขาเดินเหินรวดเร็ว ดูเป็นคนกระตือรือร้นมาก เวลาพูดกับใคร เขาก็จะยิ้ม ตาเป็นประกาย สนอกสนใจคนที่เขาคุยด้วย

ดิฉันจึงเริ่มเปลี่ยนบุคลิกตัวเองใหม่ หัดยิ้มเยอะๆ หัดเดินให้เร็วขึ้น หัดเคลื่อนไหวร่างกายและทำสิ่งต่างๆอย่างกระตือรือร้น พูดกับใครก็จะสบตาเขาแล้วยิ้มไปด้วย ..

ว้าว! ดิฉันรู้สึกได้เลยว่า ดิฉันเป็นคนที่ดูมีชีวิตชีวาและมีเสน่ห์มากขึ้น!!

เเต่หลังจากที่เรียนจบบัญชีจุฬา แล้วบินไปต่อโทที่อเมริกา กลับมาเมืองไทยก็ทำงานบัญชีการเงินอยู่10 กว่าปี ทำให้ดิฉันกลายเป็นคนที่เงียบๆ เรียบร้อย เก็บตัว ชีวิตมีแต่บ้านกับออฟฟิศ เฉิ่มเชย จนมีฉายาว่า “ซูเปอร์ซิ้ม” แต่ปัจจุบันดิฉันเป็น “ซูเปอร์วูแมน” เป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจที่เดินสายไปสร้างพลังใจ ปลุกไฟในการทำงานมาแล้วทั่วประเทศ

ดิฉันได้มีโอกาสเรียนกับสุดยอดกูรูเก่งๆระดับโลกหลายท่าน จนสามารถพัฒนาศักยภาพที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในให้เอาออกมาใช้ได้มากขึ้น ดิฉันเข้าใจในสิ่งที่เขาสอนอย่างลึกซึ้ง

ดิฉันเรียนรู้และฝึกฝนตัวเองอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ดิฉันภาคภูมิใจกับตัวตนคนใหม่ที่ดิฉันเป็น ดิฉันรักในสิ่งที่ดิฉันทำมากๆ ดิฉันมีความสุขกับทุกวันในชีวิต เรียกได้ว่า “ตกหลุมรักชีวิตของตัวเอง”

หลายคนยังไม่ได้มีชีวิตที่ประสบความสำเร็จและมีความสุขอย่างเต็มเปี่ยม เพราะเขาไม่รู้วิธีการว่าเขาจะต้องทำอย่างไรบ้าง บางคนไม่เคยค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเลย แล้วเขาจะสร้างชีวิตที่เขาใฝ่ฝันได้อย่างไร?? ถ้าคุณอยากมีชีวิตที่สมบูรณ์พร้อม อยากประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน คุณจะต้องเริ่มต้นที่การค้นหาความฝัน และแรงบันดาลใจที่แท้จริงของตัวเอง

คุณต้องรู้ว่าคุณอยากเป็นคนแบบไหน คุณชอบทำอะไรสุดๆ คุณเก่งหรือมีความสามารถพิเศษอะไรบ้าง หน้าตาชีวิตที่สมบูรณ์แบบในอุดมคติของคุณเป็นอย่างไร ฯลฯ

ความจริงดิฉันมีชุดคำถามเพื่อสืบค้นลงไปในตัวเองหลายข้อมาก ซึ่งปกติดิฉันจะให้ผู้ที่ได้เข้าสัมมนาหลักสูตร “ออกแบบชีวิตที่ใฝ่ฝัน” ได้ทำในเวลา 2 วันเต็มๆ เพื่อค้นหาความปรารถนาที่แท้จริงของชีวิตตัวเอง เราเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่ออะไร อะไรคือคุณค่าในตัวเรา เราควรจะทำงานอะไรดี เพื่อประสบความสำเร็จและมีความสุขในระดับที่เรียกว่า “ไม่ธรรมดา” และมี “ชีวิตที่ใฝ่ฝัน”ได้อย่างแท้จริง!!

ดิฉันได้ถ่ายทอดเทคนิคและเคล็ดลับในการพัฒนาตนเองแบบก้าวกระโดดให้ผู้คนได้นำไปใช้เป็นทางลัดของชีวิตเอาไว้ในหนังสือ “เมื่อยักษ์ตื่น” ซึ่งเป็นหนังสือที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก วางตลาดไม่ถึงเดือน ก็ติดอันดับ Top 3 หนังสือขายดีที่ร้าน Se-Ed ด้วยความรวดเร็ว!!

ค้นหาตัวเองให้เจอ !! (ฉบับที่ 143)

ค้นหาตัวเองให้เจอ !! (ฉบับที่ 143)

หลายคนทำงานด้วยความรู้สึกเบื่อหน่าย ขาดแรงจูงใจในการทำงาน ห่อเหี่ยว ท้อแท้ใจ ไม่มีพลัง !?! หลายคนทำงาน เพราะจำเป็นต้องทำ ไม่อย่างนั้นจะไม่มีรายได้ ซึ่งเขาอาจจะไม่ได้ชอบงานที่ตัวเองทำอยู่เลยก็ได้ !?!

หลายคนยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองชอบอะไร หรือเก่งอะไร ไม่รู้เลยว่าอะไรคือความฝันและแรงบันดาลใจของตัวเอง !?!

หลายคนรู้แต่ว่าอยากจะมีชีวิตที่มีความสุขและประสบความสำเร็จ แต่พอให้อธิบายว่าชีวิตแบบนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร ก็ตอบไม่ได้ !?!

หลายคนอยากรวย แต่พอถามว่า รวยเท่าไร? ก็ตอบไม่ได้ !?!

หลายคนต้องการมีรายได้เพิ่ม ก็จะมองหาโอกาสในสิ่งที่ได้พบเห็น เช่น เห็นคนเขานิยมเปิดร้านกาแฟ ก็เปิดร้านขายกาแฟกับเขาบ้าง หรือซื้อแฟรนไชส์ร้านสะดวกซื้อมาทำธุรกิจ หรือเปิดบริษัทขายอุปกรณ์ IT หรือ เป็นตัวแทนประกันชีวิต หรือทำธุรกิจเครือข่าย MLM ฯลฯ

เวลาที่เขาทำไประยะหนึ่งแล้ว กลับพบว่างานนั้น “ไม่ใช่ตัวตนของเขา” เช่น มีคนมาชวนไปทำธุรกิจเกี่ยวกับการประหยัดน้ำมัน ซึ่งเขาก็รู้ว่า ในภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ คนต้องการหาวิธีการประหยัดค่าใช้จ่าย ก็น่าจะสร้างเงินได้ดี แต่ความจริงแล้ว เรื่องการประหยัดน้ำมันหรือการใช้พลังงานทดแทน ไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลย เขาชอบและให้ความสนใจในเรื่องของ รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ความงาม การมีบุคลิกดี ฯ

ดิฉันเชื่อว่า ถ้ามีใครชวนเขาไปร่วมธุรกิจที่เกี่ยวกับความสวย ความงาม เขาจะมีพลังและมีความสุขในการทำงานมากๆ และนั่นแหละเขาถึงจะมีโอกาสในการสร้างรายได้ที่ดีตามมา

เมื่อไม่นานมานี้ ดิฉันได้มีโอกาสคุยกับน้องผู้หญิงคนหนึ่ง เขาบอกว่า หลังจากกลับไปจากงานสัมมนา “ปลุกยักษ์” เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองและมีพลังเพิ่มขึ้นมาก แต่ตอนนี้เขากำลังห่อเหี่ยวใจ ดิฉันก็ถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็เล่าให้ฟังว่า เขารับราชการ ซึ่งเงินเดือนน้อย จึงไปทำธุรกิจเครือข่ายอาหารสุขภาพ เพราะอยากมีรายได้เพิ่มขึ้น พอทำไประยะหนึ่งแล้ว เขารู้ตัวเองเลยว่าเขาไม่ได้ชอบงานแบบนี้ แต่เขาเรียนรู้มาว่า ถ้าอยากสำเร็จเขาต้องไม่ล้มเลิก ซึ่งเขาไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป จึงขอคำปรึกษาจากดิฉัน

ดิฉันก็ถามเขาว่า “ถ้าไม่ชอบงานแบบนี้ แล้วจริงๆชอบงานแบบไหนล่ะ?” เขาพูดตอบกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงที่แจ่มใสมากเลยว่า “หนูอยากเป็นดีเจรายการวิทยุ” ดิฉันทึ่งมาก เพราะเขาตอบกลับด้วยความรวดเร็วและกระตือรือร้นยิ่งนัก น้ำเสียงเปลี่ยนจากเดิมไปอย่างสิ้นเชิง!!

เขาบอกว่า “ตอนเด็กๆ หนูอยู่บ้านญาติ ห่างไกลจากพ่อแม่ หนูก็เลยใช้วิทยุเป็นเพื่อน หนูฟังรายการวิทยุทุกคืน หนูชอบไปร่วมกิจกรรมเวลาที่เขาจัดงานพิเศษ หนูเป็นแฟนคลับเขาเลยแหละค่ะ” เขาเล่าอย่างมีความสุขมาก

ดิฉันถามว่า “แล้วทำไมไม่ไปทำงานเป็น ดีเจวิทยุล่ะ”
“หนูอยากทำมาก..ก..กค่ะ หนูเคยไปฝึกงาน ลองทำดู แต่ได้รายได้น้อยมากเลยค่ะ หนูอยากมีเงินใช้มากกว่าเงินเดือนประจำ หนูจึงมาทำ MLM เพื่อนที่ชวนหนูทำ เขาก็บอกว่าหนูพูดเก่ง หนูทำได้แน่นอน แต่หนูไม่ชอบงานแบบนี้เลยค่ะ” สาวน้อยคนนี้ตอบกลับมา

ดิฉันบอกว่า “เราเป็นคนที่โชคดีมากเลยรู้ไหม ที่รู้ว่าตัวเองชอบอะไรและอยากทำอะไร!! ในขณะที่คนจำนวนเยอะมาก ยังสบสนอยู่เลยว่า จริงๆแล้วตัวฉันชอบอะไรกันแน่ หรือฉันเก่งอะไร ยังหาตัวเองไม่เจอเลย!!!”

ดิฉันไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมน้องคนนี้ถึงกำลังท้อใจกับงาน MLM อยู่ เพราะจริงๆแล้ว เขาไม่ได้รักที่จะทำสิ่งนี้ มันไม่ใช่แรงบันดาลใจของเขา มันไม่ใช่ตัวตนของเขา!!!

ดิฉันบอกว่า “เราสามารถสร้างรายได้ ได้เยอะแยะมากมายจากการจัดรายการวิทยุ เช่น ขายโฆษณา หาสปอนเซอร์มาสนับสนุนรายการ จัดกิจกรรมต่างๆ พาทัวร์ ฯลฯ ซึ่งได้ทั้งเงิน และทำงานอย่างมีความสุขด้วย!! แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปศึกษาวิธีการทำธุรกิจด้านวิทยุว่าเขาทำกันอย่างไร จัดเวลาในชีวิตตัวเองให้ดี และอย่าเพิ่งลาออกจากงานประจำ ทำควบคู่กันไประยะหนึ่งก่อน แล้วค่อยพิจารณาจังหวะเวลาที่เหมาะสมต่อไป ใจเย็นๆ ค่อยๆทำไปทีละก้าว รวยได้แน่นอน!!”

คนส่วนใหญ่ไม่เคยตั้งหลักคิด ไม่เคยค้นหาตัวเองเลยว่าจริงๆแล้ว เราชอบอะไร? เราเก่งอะไร? เราอยากทำอะไร? เราอยากมีอะไร? เราอยากเป็นอะไร? เราเกิดมาทำไม? อะไรคือความฝันและแรงบันดาลใจของเรา? และเราต้องทำอย่างไรเพื่อทำให้ความฝันของเราเป็นจริง?

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ค้นหาตัวเองให้เจอ ทำในสิ่งที่เรารัก รักในสิ่งที่เราทำ ทำในสิ่งที่ตัวเองถนัด ทุ่มเทให้เต็มร้อย ทำในสิ่งที่ตลาดต้องการ สร้างประโยชน์ให้กับผู้อื่น เป็นคนดี หมั่นทำบุญทำกุศลด้วย เราจะมีความสุขและรวยแน่นอน !!!

ดิฉันเห็นปัญหาข้อนี้มากๆ จึงจัด สัมมนาชื่อ “Design Your Life” “ออกแบบชีวิต” เพื่อช่วยให้ผู้คนได้ค้นหาตัวเอง รู้จักตัวเองอย่าแท้จริง ค้นหาความฝันและแรงบันดาลใจของตัวเอง ชัดเจนกับชีวิต ออกแบบชีวิตของตัวเอง สร้างแผนที่การเดินทาง เพื่อทำความฝันให้เป็นความจริง (Road Map to Success)