วันอังคารที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สามเหลี่ยมของความสำเร็จ (ฉบับที่ 136)

สามเหลี่ยมของความสำเร็จ (ฉบับที่ 136)

ดิฉันมีโอกาสเข้าร่วมงานสัมมนาชื่อ Guerilla Business Intensive สอนโดย T.Harv Eker ที่ประเทศสิงคโปร์ ได้ความรู้ดีๆเยอะแยะมากมาย!!!

หลักสูตรนี้สอนเรื่องการทำธุรกิจและการตลาดโดยตรง ซึ่งปัจจุบัน T.Harv Eker เป็นกูรูที่มีชื่อเสียงมากในด้านนี้ ดิฉันกับเพื่อนคนไทยไปกันประมาณ 10 กว่าคน จากผู้เข้าร่วมสัมมนาเกือบ 2,000 คน เรียนกัน 5 วัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 22-23 น. ทุกวัน ค่าเล่าเรียนเกือบแสน!!! ถึงแม้จะแพง แต่ก็คุ้มค่ากับการลงทุนจริงๆ!! (ดิฉันถือว่าเป็นการลงทุน ไม่ใช่ค่าใช้จ่าย)Harv พูดถึง “สามเหลี่ยมของความสำเร็จ“ ได้อย่างน่าทึ่งมาก!!

การทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จนั้น มีปัจจัย 3 อย่างที่ต้องแข็งแกร่ง
1. The Right “Knowledge”
ให้เราเลือกเรียนสิ่งที่เป็นประโยชน์โดยตรงกับงานของเราก่อน เรียนรู้และฝึกฝนเรื่องการพัฒนาตัวเองให้มากๆ เลือกเรียนกับคนเก่งและคนที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น เพราะเราจะสามารถย่นย่อระยะเวลาแห่งความสำเร็จลงได้!! . . กรุณา”ลงทุน”ในตัวคุณเอง อ่านหนังสือ เข้าสัมมนา เติมอาหารให้สมองบ่อยๆ!!!

2. The Right “Vehicle”
เลือกยานพาหนะ หรือเลือกธุรกิจที่เราจะทำให้ถูก ลองคิดดูว่า ถ้าคุณต้องการเดินทางไปยังเชียงใหม่ คุณสามารถเดินทางไปโดยวิธีอะไรบ้าง? นั่งรถทัวร์ไป ขับรถไปเอง นั่งเครื่องบินไป เดินไป นั่งเรือไป ขี่มอร์เตอร์ไซด์ ปั่นจักรยาน ขี่ช้าง ฯลฯ มีหลากหลายวิธีใช่หรือไม่? ถ้าคุณเลือกพาหนะถูก คุณก็ถึงจุดหมายได้เร็ว แต่ถ้าเลือกผิด ก็คงใช้เวลานานมาก!

เช่นเดียวกันกับชีวิตการทำงานของเรา ถ้าเราเลือกธุรกิจถูก เราก็จะประสบความสำเร็จและมั่งคั่งร่ำรวยได้อย่างรวดเร็ว!!!

วิธีเลือกว่าเราควรจะทำธุรกิจหรือทำงานอะไร ให้ดูปัจจัย 3 อย่างนี้
1. ทำในสิ่งที่เรารัก เพราะเราจะทำมันด้วยใจ และด้วยไฟแห่งความกระตือรือร้น
2. ทำในสิ่งที่เราเก่งหรือมีความชำนาญ เพราะเราสามารถที่จะสร้างผลลัพธ์จากการทำงานได้อย่างโดดเด่นและมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าเราทำในสิ่งที่เราไม่ชำนาญ ก็ยากมากที่เราจะสร้างผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม . . ลองเขียนหนังสือด้วยมือที่คุณไม่ถนัดดูซิ!!!
3. ทำในสิ่งที่อยู่ในความต้องการของคนส่วนใหญ่ ถ้าเราทำงานหรือทำธุรกิจที่เรารัก และเราก็มีความสามารถ แต่ . . ไม่มีใครต้องการใช้สินค้าหรือบริการของเรา แล้วเราจะขายใคร!?!

สิ่งที่จะทำให้คุณรวยคือ “คุณต้องเป็นนักแก้ปัญหา” พิจารณาดูว่าสินค้าหรือบริการของคุณช่วยแก้ปัญหาอะไรให้ลูกค้าได้บ้าง!! . . ยิ่งช่วยได้มากราย ยิ่งรวย!!!

4. The Right “YOU” สิ่งที่สำคัญที่สุดใน 3 ปัจจัยก็คือ “ตัวคุณเอง” . . คุณต้องเป็นมืออาชีพ หรือเป็น Expert ในสิ่งที่คุณทำ . . คุณถึงจะรวย !!! ทำไมลูกค้าต้องซื้อสินค้าหรือบริการจากคุณ อะไรคือจุดขายของคุณ คุณโดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่นอย่างไร? (UPS = Unique Selling Point)

คุณสามารถทำตลาดกลุ่มลูกค้าให้แคบลงได้ เพื่อที่คุณจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นโดยเฉพาะ ซึ่งเรียกว่า Niche Market เช่น ตลาดเด็ก ผู้หญิงท้อง คนชรา ฯ ให้เราเป็น “ปลาตัวใหญ่ในสระน้ำที่เล็กๆ” (Be a Big Fish in a Small Pond)!!! แค่ไอเดียนี้ ก็ทำให้คุณรวยได้แล้ว!!!

ดิฉันนำไอเดียนี้มาประยุกต์ใช้กับงานของตัวเอง ก็เห็นผลลัพธ์ที่แตกต่างได้ในทันที!! ดิฉันสร้างความชัดเจนว่า ดิฉันโดดเด่นและแตกต่างจากวิทยากรหรืออาจารย์ท่านอื่นอย่างไร?

ดิฉันบอกได้เลยว่า มีวิทยากรที่เก่งๆในวิชาการต่างๆมากมาย แต่ถ้าต้องการผู้ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ปรับเปลี่ยนความคิดของผู้คน ต้องการนักโมติเวท นักปลุกพลังใจ นักกระตุ้นยอดขาย ต้องมาหา “โค้ช สิริลักษณ์ ตันศิริ”

ดิฉันมีความสามารถโดดเด่นมากในเรื่องของการ “ปลุกยักษ์” ปลุกพลังใจ ปลุกศักยภาพ ปลุกความฮึกเหิม ให้แก่พวกฝ่ายขาย ถ้าดิฉันไป “ปลุกยักษ์” ที่ไหน ยอดขายที่นั่นจะขึ้นให้เห็นทันตา จนดิฉันได้รับการขนานนามว่าเป็น “ไวอากร้าของทีมขาย”

ตั้งแต่ดิฉันชัดเจนกับจุดขายที่แตกต่างนี้แล้ว มีองค์กรเยอะแยะมากมายที่เชิญดิฉันไป “ปลุกยักษ์” ให้ทีมขายของเขา หรือแม้กระทั่งธนาคารยักษ์ใหญ่ ก็เชิญดิฉันไป “ปลุกยักษ์” ให้ทีมสินเชื่อของเขาเช่นกัน และยอดขายก็พุ่งพรวดขึ้นมาอย่างน่ามหัศจรรย์!!!

รีบสร้างตัวเองให้เป็น Expert และหาจุดขายที่โดดเด่น .. ความรวยรอคุณอยู่ค่ะ!!!

อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 6 ฉบับที่ 136 ปักษ์หลัง ประจำวันที่ 16-31 กรกฏาคม 2551

ฝึกตัวเองเพื่อความสำเร็จ (ฉบับที่ 133)

ฝึกตัวเองเพื่อความสำเร็จ (ฉบับที่ 133)

คนส่วนใหญ่ “รู้” ว่าต้องทำอย่างไรถึงจะประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่ได้“ทำ”ในสิ่งที่เขา“รู้” จึงเป็นเหตุให้เขายังไม่ประสบความสำเร็จ!!!

ถ้าเราอยากประสบความสำเร็จ เราจะต้อง “ฝึกตัวเอง” และในบางครั้งเราจะต้องฝึก “ฝืนใจของตัวเอง”

ไม่มีใครอยากให้ตัวเองเหนื่อย หรือเผชิญกับความยากลำบาก ความอึดอัดใจ ไม่มีใครอยากฟังเสียงปฏิเสธ หรืออยากให้ตัวเองพบกับความผิดหวัง เราอยากอยู่สบายๆ เราชอบทำอะไรตามใจตัวเอง เราติดกับความเคยชินเดิมๆ หรือที่เรียกว่า ติดอยู่ใน Comfort Zone

ชีวิตเต็มไปด้วยบททดสอบ . .การที่จะประสบความสำเร็จเหมือนกับการว่ายทวนกระแสน้ำ
เราจะต้องฝึกเอาชนะใจตัวเอง เอาชนะความอยากและความไม่อยากของตัวเอง เราจะต้องฝืนใจของตัวเองบ้างในบางครั้ง เราจะต้องมีความตั้งใจมั่น . .

อยากลดความอ้วน >> เราต้องอดใจ ฝืนตัวเองที่จะไม่กินของหวานหรือไอศรีม และกินพอประมาณเท่านั้น

อยากมีลูกค้าเยอะๆ >> เราต้องฝึกตัวเองให้เป็นคนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดี ฝึกทักษะการพูดโน้มน้าวจูงใจ ฝึกให้ใจยอมรับความผิดหวังจากเสียงปฏิเสธของลูกค้า

อยากประสบความสำเร็จ >> เราต้องฝึกความขยัน อดทน เอาชนะความขี้เกียจ ความรักสบาย

อยากรวย >> ฝึกการเก็บหอมรอมริบ ประหยัด ใช้ชีวิตเรียบง่าย เอาชนะความอยากได้ของหรูๆ กินอาหารแพงๆ และความฟุ่มเฟือยต่างๆ

อยากมีชีวิตครอบครัวที่อบอุ่น >> ฝึกเอาชนะความมีทิฐิมานะของตัวเอง พ่อแง่แม่งอน ฝืนใจตัวเองไม่ให้วอกแวกไปชอบคนอื่น ให้เวลาและให้ความรักอย่างเต็มที่กับคนในครอบครัว

อยากสุขภาพดี >> ฝึกทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ ทานผัก ผลไม้ นอนพักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ฝืนใจตัวเองให้เลิกกินเหล้า เลิกสูบบุหรี่

อยากอายุยืน >> ดูแลสุขภาพใจและกายของตัวเองให้ดี ฝึกปล่อยวางสิ่งที่ทำให้เครียด หรือสิ่งที่ทำให้วิตกกังวล

วิธีการฝึกก็คือ เราจะต้อง “มีสติ” คอยตามดู ตามรู้ ตามสอนตัวเองอยู่ตลอดเวลา!!!
คนที่ใช้ชีวิตแบบ”ไม่มีสติ” ก็จะปล่อยให้ตัวเองทำตามอารมณ์ หรือความอยากที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ ถ้าเราสังเกตุให้ดีจะเห็นว่า เรามักจะทำอะไรแบบอัตโนมัติ ตามความเคยชินเดิมๆ เช่น มีคนขับรถปาดหน้าเรา เราก็จะด่าเขาออกไปเลย แบบอัตนิมัติ!!

ถ้าคุณเคยฝึก“สติ” คือฝึกในการตามดูอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเอง คุณจะเห็นเลยว่า บางครั้งเราไม่สามารถควบคุมความคิดของเราได้ เช่น เราไม่อยากคิดถึงปัญหาที่เรากำลังเผชิญอยู่ เพราะมันทำให้เราเครียดและวิตกกังวล แต่เราก็ไม่สามารถหยุดความคิดนั้นได้ หรือ เราไม่อยากคิดถึงคนที่ทำให้เราเสียใจ แต่เราก็ยังคิดถึงคนๆนั้นอยู่ ใช่หรือไม่?

ถ้าเรา “มีสติ” ในการกิน เวลาที่เราจะกินของที่ไม่มีประโยชน์หรือของที่ทำให้อ้วน มันก็จะมีเสียงเล็กๆในหัวมาเตือนให้เราคิดว่า “ถ้ากินแล้วอ้วนนะ เธอจะกินหรือเปล่า?” เราจะได้พิจารณาว่า ถ้าอยากกินและ “เลือก” ที่จะกิน เราก็ต้อง “รับผิดชอบ” ต่อการเลือก และผลของการเลือกหรือผลของกระทำของเราเอง ถ้าเราอ้วน ก็ไม่ต้องบ่น เพราะเราเลือกเอง!!!

การทำงานก็เหมือนกัน เวลาที่เราออกไปขายของหรือออกไปพบลูกค้า ถ้าลูกค้าปฏิเสธ ยังไม่ซื้อของจากเรา เราก็อาจจะหงุดหงิด เสียใจ ผิดหวัง ท้อแท้ หมดกำลังใจ หรือเลิกทำงานนั้นไปเลยก็ได้ แต่ถ้าเรา ”มีสติ” เราก็จะเห็นตัวเองหมดแรง แล้วก็อาจจะมีความคิดแบบใหม่ว่า “มันเป็นธรรมดาที่มีคนซื้อบ้าง ไม่ซื้อบ้าง” หรือ “อย่างน้อยเราก็ได้รู้จักคนเพิ่ม” หรือ “ได้ฝึกพูด” ซึ่งมันจะทำให้เรากลับมามีพลังใหม่!!

เวลาที่เรา”มีสติ” ตัว”ปัญญา”ก็จะเริ่มเกิด เขาถึงเรียกว่า “สติปัญญา” !!!
“การฝึกสติ” มีคุณประโยชน์อย่างมหาศาล!! .. เราจะเข้าใจตัวเองมากขึ้น เราจะแยกแยะสิ่งต่างๆได้ดีขึ้น เราจะปล่อยอารมณ์ด้านลบทิ้งได้เร็วขึ้น!! นั่นหมายถึงประสิทธิภาพในการทำงานจะสูงขึ้น และเราจะมีความสุข ความสงบในจิตใจมากขึ้น!!!

ดิฉันเห็นคนที่อยากประสบความสำเร็จ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเยอะแยะมากมาย . .
ดิฉันอยากบอกว่า เราสามารถประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วได้ ถ้าเราเก่ง 2 เรื่อง คือ
1.เก่งเรื่องตัวเอง (Personal Mastery)
2.เก่งเรื่องคนอื่น (People Mastery)


สัมมนา ”ปลุกยักษ์” ที่ดิฉันสอนนั้น เป็นการสอนให้เราเก่งเรื่องตัวเอง ส่วนสัมมนา ”จ้าวแห่งการสื่อสาร” เป็นการสอนให้เราเก่งเรื่องคนอื่น!!

ดิฉันเสียดายเวลาที่เห็นคนมีฝัน มีไฟ อยากประสบความสำเร็จ แต่เขาไม่มีทักษะในเรื่องของการสื่อสารโน้มน้าวจูงใจที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ผลงานออกมาน้อยกว่าที่เขาควรจะทำได้!! นักขายพยายามเสนอขาย แต่ปิดการขายได้น้อยเกินไป!! ผู้บริหารหรือผู้นำบางคนมีความคิดอ่านและมีเจตนาที่ดี แต่สื่อสารไม่เป็น ทำให้ลูกน้องหรือทีมงานไม่ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่!!


อ้างอิง : นสพ.เส้นทางนักขาย ปีที่ 6 ฉบับที่ 133 ปักษ์แรก ประจำวันที่ 1-15 มิถุนายน 2551

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ

วิธีสังเกตอาการเบื้องต้นของมะเร็งชนิด ต่างๆ

อาการของ การเกิดมะเร็งในอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกาย


1. มะเร็งปากมดลูก อาการ มีเลือดออกจากช่องคลอดทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เวลารอบเดือนปกติของคุณอาการเจ็บปวดและมีเลือดออกหลังจากมีเพศ สัมพันธ์ หากพบว่ามีสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น การตรวจโดยขูด นื้อเยื่อจากบริเวณดังกล่าวไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์จะรู้ ได้

2. มะเร็งในมดลูก อาการ มีเลือดออกหลังการมีเพศสัมพันธ์ หรือบางครั้งอาจมีความรู้สึกว่ามีก้อนเนื้อหรือมีอาการบวมในช่อง ท้อ

3. มะเร็งรังไข่ อาการ ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมออนหรือการมีอาการเจ็บปวดหลังการมีเพศ สัมพันธ์ > มีปัญหา เกี่ยวกับลำไส้อาการท้องอืดอาหารไม่ย่อย น้ำหนักลดและมีอาการปวดหล

4. มะเร็งในเม็ดเลือด ( ลูคีเมีย) อาการเหนื่อยง่ายและมีอาการซีดเซียวกว่าปกติมักเกิดอาการฟกช้ำดำเขียว หรือมีเลือดออกทางผิวหนังได้ง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุและมักจะเกิดร่วมกับอาหาร ปวด ตามข้อต่าง ๆ ทั่วร่างกายบางครั้งจะท้องอืดและเมื่อคลำดูจะพบว่ามีก้อนบวมที่ด้านซ้ายของ ช่องท้อง

5. มะเร็ง ปอด อาการ มักมีอาการไอบ่อย ๆ มีเลือดออกและมีเสมหะปนมากับน้ำลายน้?หนักลดอย่าง ฮวบฮาบ เจ็บ หน้าอกและหายใจลำบากหรืออาจมีอาการหอบปนอยู่ด้วยทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

6. มะเร็ง ตับ อาการ ปวดในช่องท้อง เบื่ออาหาร น้ำหนักลดตาและผิวเป็นสีออกเหลืองและเหลืองจัดจนเห็นได้ ชัด

7. มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ อาการ มีเลือดปนออกมากับปัสสาวะ

8. มะเร็ง สมอง อาการ ปวดศีรษะนาน ๆ และมักมีอาการอื่นร่วมด้วยเช่นอาเจียนหรือการผิดปกติของการมองเห็น ตาพร่า และเห็นแสงเขียว ๆ แดง ๆ ลอยไปมาเวลาปวดศีรษะ อ่อนเพลียไม่มีแรง หรือ การเป็นลมโดยกะทันหันอวัยวะบางส่วนของร่างกายหยุดทำงานเช่นมีอาการชาและเป็น อัมพาตชั่วคราวควรให้ความระวังเป็นพิเศษหากคุณเคยมีประวัติการปวดหัวที่มีอาการ เหล่านี้ประกอบอยู่ด้วย

9. มะเร็งในช่องปาก อาการ มีก้อนบวมอยู่ในปาก หรือทีลิ้นเป็นเวลานานมีแผลเปื่อยที่ปากที่ไม่ได้รับการรักษา หรือเป็นแผลเรื้อรังที่เหงือกเนื่องจากการกดทับของฟันปลอมที่ใส่ไว้ประจำหรือ เป็นเวลานาน

10. มะเร็งในลำคอ อาการ เสียงแหบพร่าไปทันที มีก้อนบวมในทันทีทำให้รู้สึกว่ากลืนอาหารได้ลำบาก หรือมีการขยายตัวของต่อมในลำคอที่โตขึ้นจนสามารถจับและรู้สึก ได้

11. มะเร็งในกระเพาะอาหาร อาการน้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วอาเจียนออกมาเป็นเลือดท้องอืดหรืออาหารไม่ย่อย บ่อย รู้สึกเหมือนมีก้อนเนื้องอกในช่องท้องหรือรู้สึกตื้อ แม้เพิ่งจะรับประทานอาหารไปได้ไม่กี่คำ

12. มะเร็งทรวงอก อาการมีเลือดหรือของเหลวบางอย่างไหลออกมาจากหัวนมบวมหรือผิวเนื้อทรวงอกหนา ขึ้นมีก้อนบวมจนจับได้เมื่อคลำบริเวณใต้รักแร้บางครั้งอาจมีตุ่มหรือสิวเกิด ขึ้น ที่เต้านมเป็นเวลานานควรระวังเพราะผู้หญิง 9 ใน
10 คนจะมีอาการบวมของก้อนเนื้อบริเวณทรวงอกโดยไม่ทราบสาเหตุเมื่อมีอายุมากขึ้น เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนทำให้เกิดเป็นถุงน้ำใต้ผิวหนังที่เรียกว่า ซีสต์ซึ่งควรต้องค้นหาสาเหตุของอาการบวมนั้นให้ชัดเจนเสียก่อนว่าคืออะไรกัน แน่

13. มะเร็งลำไส้ อาการ น้ำหนักลดลงอย่างรวดเร็วมีอาการปวดท้องอย่างมากและระบบการย่อยผิดปกติ มีเลือดออกปนมากับอุจจาระ
**** ซึ่ง มีวิธีสังเกตของผู้ที่มีอาการเกี่ยวกับริดสีดวงทวารอยู่แล้วคือถ้าใช้กระดาษทิช ชูซับแล้วเลือดมีสีแดงสดนั่นคืออาการของริดสีดวงทวารแต่ถ้าเลือดมีสีดำคล้ำนั่น คือ อาการของโรคมะเร็งในลำไส้

14. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง อาการมีก้อนบวมเกิดขึ้นที่ใต้รักแร้หรือใต้ขาหนีบโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าไม่ได้ เกิดอาการติดเชื้อในบาง ส่วนของร่างกายมะเร็งผิวหนัง อาการมีแผลหรือแผลเปื่อยพุพองที่ไม่ได้รับการรักษาอยู่เป็นเวลานานตลอดจนไฝ หรือหูดที่โตขึ้นและมีการเปลี่ยนสีหรือรูปร่าง ขนาด นอกจากนี้อาการอันตรายอีกอย่างหนึ่งที่ เรียกว่าเมลาโนมา ( Melanoma ) คือ เนื้อ งอกที่ประกอบด้วยเซลล์ที่มีเมลานินสะสมอยู่ เช่น กระจุดด่างหรือไฝถ้าคุณมีไฝมากกว่า 50 เม็ดทั่วร่างกายหรือมีคนในครอบครัวที่มีประวัติ

ถึงท่าน ผู้โชคดี ขอให้ท่านนำเรื่องนี้ไปบอกต่อเป็นวิทยาทาน ท่านจะโชคดีมีความสุขตลอดกาล